PuPe_so_Sweet
The Beauty of Living
📷 Instagram : pupesosweet
📼 Youtube : pupesosweet
Skincare Geek
Traveler ✈️
Rollercoaster Lover 🎢
Sweet Tooth 🎂
Foodie 🥗
Photography 📸
Gamer 🎮
30/06/2026
เป็นคนทำงานสายสกินแคร์ ต้องลองผลิตภัณฑ์ใหม่อยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะของ KANEBO นี่ปูเป้ลองมาเกือบครบแล้วครับ และถ้าให้พูดถึงสกินแคร์ตัวที่ปูเป้ยังคงใช้มาเรื่อย ๆ และมีพูดถึงอยู่เป็นระยะจะมี 4 ตัวนี้ครับ
Comfort Stretchy Wash II เป็นโฟมล้างหน้าสูตรฟองนุ่มแน่นฟูฟ่องสุดพลังที่ดีมาก สูตรนี้คือทำมาเพื่อคนไทยที่ใช้น้ำประปาที่มีความกระด้างกว่าญี่ปุ่น ซึ่งความกระด้างของน้ำเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความแห้งกร้านหลังทำความสะอาดเพราะมีไคลสบู่ตกค้าง สูตรนี้จึงล้างออกได้ง่ายแต่ในขณะเดียวกันก็คงความชุ่มชื้นและไม่แห้งตึงได้จริง ๆ ในบรรดาโฟมของแบรนด์นี้ ปัจจุบันตัวนี้เลิฟที่สุดฮะ
Mellow Off Veil นอกจากกลิ่นจะหอมสดชื่นบาง ๆ และให้สัมผัสที่เย็นชุ่มชื้นผิวยามสัมผัสแล้ว นี่เป็นเจลล้างเมคอัพที่ปูเป้มองว่าค่อนข้าง Unique ครับ คือในขณะที่เจลล้างเมคอัพโดยทั่วไปจะเป็นเจลน้ำมันที่เปลี่ยนเป็นออยล์เวลาใช้ แต่ Mellow Off Veil จะยังคงสัมผัสเป็นเนื้อเจลในขณะที่หลอมรวมไปกับเมคอัพและเมื่อล้างออกด้วยน้ำก็จะรู้สึกหมดจดโดยไม่เหลือความมันหรืออะไรลื่น ๆ ไว้บนผิว ปูเป้ชอบใช้เป็นตัวทำความสะอาดขั้นตอนเดียวในตอนกลางคืนสำหรับวันที่มีการใช้กันแดดแบบติดทน เจือสี หรือลงเบสเมคอัพอย่าง KANEBO The Primer ครับ
ในบรรดาโลชั่นน้ำ/เอสเซนส์ของ KANEBO สีดำ ตอนนี้เราชอบ Generating Essentials ตัวนี้ที่สุด เขาเป็นน้ำตบที่ฉ่ำผิวดีมาก ตอบโจทย์เราที่อายุเยอะขึ้นและต้องเน้นการเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมความแข็งแรงกับผิวเป็นสำคัญ ผิวจะมีความนุ่ม ยืดหยุ่น และดูเงาสวย
Cream IN Night II ครีมบำรุงสุดที่เลิฟมาตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน เมื่อก่อนชอบที่เนื้อสัมผัสดี ผิวชุ่มชื้นแข็งแรง ตื่นขึ้นมาหน้านุ่ม แต่รุ่นล่าสุดคือทำให้ผิวอิ่มเอิบขึ้นแบบรู้สึกได้ อาจจะมีแว่บไปลองตัวครีมทากลางคืนอื่นบ้างแต่ก็มักจะกลับมาตายรังกับอันนี้เสมอฮะ
สกินแคร์ของ KANEBO ตัวหลักที่หยิบใช้มาเรื่อย ๆ หลัก ๆ จะเป็นสี่ตัวนี้ แต่ตอนนี้กำลังลอง Skin Conductor และคิดว่ามันเหมาะกับรูทีนกลางวันของตัวเองมาก คือเราเป็นผิวผสม มีส่วน T-Zone ที่มัน และ U-Zone ที่แห้งกร้านและรู้สึกขาดน้ำ ไม่สบายผิวได้ง่ายโดยเฉพาะเมื่ออยู่ในห้องแอร์ ตัวนี้คือทำมาได้ลงตัวมาก คือเคลือบพอให้ผิวตรงส่วนที่แห้งรู้สึกชุ่มชื้น สบายผิว แต่ก็ไม่ทำให้ผิวส่วนอื่นรู้สึกหนักหรือมันเลื่อมครับ รู้สึกว่าตัวนี้คิดมาเพื่อให้ใช้งานในสภาพอากาศบ้านเราได้ดีเลย สำหรับคนผิวไม่ได้แห้งหรือแห้งมาก ตัวนี้ใช้กลางคืนก็ได้ครับ แต่สำหรับปูเป้ยังเลิฟ Cream IN Night II ในตอนกลางคืนมากกว่าอยู่ดี ❤️
29/06/2026
กรดไขมันไม่อิ่มตัวอย่างกลุ่ม Oleic Acid ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าทำให้ผิวเกิดการอักเสบได้ง่ายและปราการผิวจะอ่อนแอลง ซึ่งที่ผ่านมา KANEBO ได้นำเสนอเทคโนโลยีสกินแคร์ที่น่าสนใจเอาไว้สองแบบครับ
1 ดักจับกรดกรดไขมันไม่อิ่มตัว ด้วยโพลิเมอร์ที่มีความจำเพาะกับกรดไขมันไม่อิ่มตัวบางชนิดเท่านั้น โดยไม่ไปรบกวนกรดไขมันและไขมันที่ดีกับผิว ซึ่งเทคโนโลยีนี้อยู่ในผลิตภัณฑ์สองตัว
- Skin Harmonizer เป็นโลชั่นน้ำแบบ Bi-Phase ที่ต้องเขย่าก่อนใช้ เน้นการเติมความชุ่มชื้นบางเบาสบายผิว มีส่วนผสมที่ต้านการอักเสบและแบคทีเรียสิว กับส่วนผสมที่ช่วยการพัฒนาตัวของปราการผิวในระยะยาว
- Fusion-ing Solution เป็นเซรั่มรวมเทคโนโลยีสำคัญไว้หลายตัว นอกจากการดักจับกรดไขมันไๆม่อิ่มตัวแล้ว ยังเสริมเซราไมด์เสมือนให้ผิวแข็งแรง ต้านไกลเคชั่นที่ทำให้ผิวหมองคล้ำเหลือง ต้านการสลายของกรดไฮยาลูโรนิคผ่านกลไที่พบใหม่ และช่วยเรื่องความยืดหยุ่นกระชับของผิว
2. ลดการเกิดกรดไขมันไม่อิ่มตัว ด้วยการใช้ส่วนผสมของ Phytospigosine ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวแข็งแรง ถูกพูดถึงในผลิตภัณฑ์ที่พึ่งออกมาในปีนี้อย่าง Skin Condctor ซึ่งเป็นมอยซ์เจอไรเซอร์เนื้อเจลครีมที่ช่วยเคลือบปิดผิว เสริมผิวแข็งแรง เซ็ทตัวแบบไม่วาวหรือหนักผิว แต่ก็ไม่คุมความมันหรือมำให้ผิวแห้ง เป็นตัวที่ใช้ไดเ้กับสภาพผิวที่หลากหลายทั้งผิวมัน ผิวผสม สำหรับผิวผสมค่อนไปทางแห้ง ตัวนี้ก็ยังใช้ตอนกลางวันในอากาศบ้านเราได้ดีมากเช่นกันฮะ
28/06/2026
ใช้ LuLuLun กล่องดำหมดละ ปกติเวลาใช้หมดแล้วจะแกะแล้วแยกขยะเอาไว้ ก็เลยเอามาให้ดูว่า การใช้มาส์ก 28 แผ่น ถ้าเป็นแบบกล่องของเขาจะมีพลาสติกหลัก ๆ แค่ห่อใส ๆ เท่านี้เอง ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นกระดาษ ถ้าเทียบกับการใช้มาส์กซองละแผ่นทุกวันแล้ว แบบนี้ก่อขยะน้อยกว่ามาก
เคยลองมาส์กแบบกล่องมาหลายยี่ห้อ และคิดว่า LuLuLun ตอบโจทย์เรา คือสูตรมันอ่อนโยน แผ่นมาส์กก็มีความกระชับกับผิวได้ดี และวัสดุในการทำแพคเกจจิ้งก็น้อยแถมประหยัดพื้นที่ในการแยกขยะด้วย เป็นอีกมุมนึงที่เราคำนึงถึงในการเลือกผลิตภัณฑ์ล่ะ คือเราชอบใช้มาส์กแผ่นทุกวัน และเราก็คำนึงเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย เราก็เลือกตัวที่ใช้วัสดุในการทำแพคเกจจิ้งที่น้อยหน่อย และใช้สร็จก็แยกขยะไปจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อความสบายใจฮะ ✌🏻
28/06/2026
ตอนออกจากบ้านยังเห็นมีแดดอยู่นิดนึง แต่ตอนเลือกตั้งเสร็จเห็นฟ้าครึ้ม ๆ รีบวิ่งกลับบ้านเลย สรุปคือฝนตกหนัก ลมแรงม้าาาาาาาาาาาาาก
พัดต้นไม้ล้ม กระถางหล่นแตกอีกแล้ว 😅
26/06/2026
ส่วนตัวเป็นคนที่ถ้าชอบผลิตภัณฑ์ตัวไหนและสิ่งนั้นมีรีฟิลเป็นทางเลือกด้วย จะมีแนวโน้มที่ทำให้เราใช้ตัวนั้นซ้ำ ๆ มากกว่าตัวอื่น ไม่แน่ใจเป็นเหมือนกันไหมนะฮะ
อย่างโฟมล้างหน้า คือมีผลิตภัณฑ์ที่ดีหลายตัว ชอบหลายตัวเลย แต่สุดท้ายมักวนกลับมาที่ Curel เพราะมีถุงรีฟิลให้เติม ไม่ต้องซื้อขวดปั้มขวดใหม่ และเป็นรูปแบบที่ใช้งานสะดวก
ครีมนวดผมนี่คือใบ้ของ Curel มาสิบปีเลย แชมพูอาจจะเปลี่ยนไปใช่ตัวนั้นตัวนี้บ้าง แต่ครีมนวดรู้สึกว่าตัวนี้มันพอดีกับเรา ไม่หนักไป ไม่เบาเกิน หนังหัวไม่พัง คือใช้ดี ถูกจริต มีถุงเติมอีก ก็มัดเราไว้อยู่หมัดเลย
กันแดดทาตัวแบบ everyday use นี่ก็มีตัวที่ชอบหลายอัน แต่พอเห็น Biore UV มีแบบถุงเติม + หัวปั้ม ที่ญี่ป่นก็รู้สึกว่าสิ่งนี้ตอบโจทย์ กลายเป็นว่าถึงเราจะมีกันแดดทาตัวอันที่เราก็ชอบพอกัน ราคาพอกัน แต่ไปญี่ปุ่นทีไรก็หอบกันแดดถุงเติมนี่กลับมาตุนตลอดอยู่ดี
แต่จากที่ทราบมา ผลิตภัณฑ์รีฟิลในบ้านเราคือเข็นยาก อาจเป็นเพราะว่าคนมีแนวโน้มเปลี่ยนบ่อยด้วยไหมนะ? คือไม่ใช้ตัวเดิมซ้ำ หมดแล้วก็ไปลองตัวอื่น
หรือรู้สึกว่าก็ใช้อันเดิมแหล่ะ แต่ขึ้นขวดใหม่ ขวดสวยนิ้ง ไม่ก่า ไม่เป็นรอย รู้สึกดีกว่า
หรือเพราะว่าราคาอาจจะต่างจากตัวเต็มไม่มาก ซื้อขวดใหม่เลยดีกว่าไหมนะ? ซึ่งส่วนตัวอันนี้แอบเห็นด้วย เพราะอย่างตอนเซรั่ม Fusio-ning Solution หมด ตอนแรกจะไปซื้อขวดรีฟิล แต่เห็นมีไซส์พิเศษ 90 ml หารมา ราคาต่อ ml ถูกกว่า ก็ซื้อขวดใหม่สิ ลดขยะว่ากันทีหลัง ลดค่าใช้จ่ายสำคัญกว่า 🤣
เลยอยากถามว่า แต่ละคนมีความเห็นยังไงกับผลิตภัณฑ์ประเภทรีฟิล ทำไมถึงเลือกใช้รีฟิล ทำไมถึงไม่เลือกใช้ทั้งที่มีให้เลือก เพราะอะไรกันบ้าง แอบอยากรู้
26/06/2026
ใช้น้ำตบ Generating Essentials ของ KANEBO หมดไปอีกขวดละฮะ เป็นตัวที่คนผิวผสมไปจนถึงผิวแห้งน่าจะชอบ เขาเอาส่วนผสมเลียนแบบไขเคลือบผิวเด็กที่อยู่ในครีมบำรุงมาทำให้มีขนาดเล็กลงจนเป็นน้ำตบที่เสริมไขมันและเซราไมด์ให้ผิวแข็งแรง แล้วก็มีตัวที่ช่วยเสริมการสร้างไฮยาในชั้นผิว และช่วยปกป้องความยืดหยุ่นของผิว
ส่วนตัวชอบในแง่ของ Sensory มาก คือเนื้อสัมผัสเขาฉ่ำผิว กลิ่นก็ดี มาในโทนแบบ Cream IN Night ที่เราชอบเป็นทุนเดิม สองตัวนี้ใช้คู่กันคือแฮปปี้มาก
ปกติให้ใช้ครั้งละ 2 ปั้ม ใน 1 ขวดจะใช้เช้า - เย็นได้ 45 วัน (1 ปั้มประคบทั่วใบหน้าและลำคอ แล้วทำซ้ำอีก 1 รอบ) แต่ถ้ารู้สึกว่าฉ่ำไปจะลดเหลือครั้ง 1 ปั้มก้ได้ฮะ ของแบบนี้ปรับตามที่เหมาะกับเราได้ 😆
ตัวนี้ที่ญี่ปุ่นมีแบบ refill ด้วย แต่ของไทยไม่ได้เอาเข้ามาฮะ ก็ต้องเปิดขวดใหม่เลย
25/06/2026
ช่วงที่ผิวยังไม่ค่อยแข็งแรง หรือเป็นคนที่ผิวระคายเคืองง่าย ใช้วิตามิเอไม่รอด ใช้วิตามินซีไม่ได้ (โดยเฉพาะแบบ AA / Ascorbic Acid) แต่ก็กลัวแก่ด้วยจะใช้อะไรดี ส่วนตัวจะผายมือไปที่เปปไทด์ครับ แล้วตัวที่ปูเป้ใช้หลัก ในช่วงที่ผ่านมาจะเป็น Multi-Peptide + Copper Peptide ของ The Ordinary ซึ่งปริมาณในการใช้จะใช้แค่ครึ่งหลอด ถ้าเอาหัวปั้มมาใส่จะกดแค่ปั้มเดียว (เพราะค่าตัวน้องก็แรงอยู่)
สิ่งที่ต้องเข้าใจเวลาใช้พวกเปปไทด์คือกว่าจะรู้สึกว่ามันทำอะไรกับผิวได้คือใช้ไปเกือบหมดขวดแรกเลยครับ มันจะไม่วู้วว้าวแบบพวกวิตามินซีที่จะเห็นความไบรท์ขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ใช้ หรือกับพวก Retinol / Retinal ที่ถ้าใช้อย่างพอเหมาะ จะรู้สึกถึงผิวที่เนียนมือขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์เหมือนกัน แต่เปปไทด์ตัวนี้ต้องใช้แบบลืม ๆ ไปเลยกว่าจะมารู้สึกว่า เออ ผิวมันดูแน่นขึ้นแฮะ คือต้องอย่าใจร้อนนั่นเอง
25/06/2026
มาต่อกันใน Part 2 หลังจากลงบำรุงผิวมาแล้ว การลงสกินแคร์ขั้นตอนไปส่วนตัวปูเป้แบ่งเป็น 3 ทางเลือกตามแต่กิจกรรม และงานผิวที่ต้องการ
🧡 Route A คือวันที่จะเดินไปยิมออกกำลังกาย ก็จะไม่ได้ใช้อะไรเยอะครับ ก่อนออกจากบ้านก็ทากันแดด Aquafluid แบบไม่มีสีของ BIODERMA ไป เนื้อเป็นน้ำนม ไม่ค่อยเคืองตา ไม่มีน้ำหอม ไม่แห้ง และไม่ดูมันเกินไปนัก ไม่ต้องไปพบเจอใคร ไม่ต้องแคร์เรื่องความผิวสวยกระจ่าง เน้นใช้น้อย เวลาออกกำลังกายเหงื่อออกจะได้ไม่เป็นภาระกับผิวนัก
💙 Route B คือวันทั่วไปครับ ใช้มอยซ์เจอไรเซอร์บำรุงตามต้องการ เน้นบำรุงเนื้อผิวใสจะไป IPSA ME Ultimate e เป็นอิมัลชั่นที่เลือกเนื้อสัมผัสตามระดับน้ำมันบนผิวได้ ถ้าเน้นบำรุงผิวแข็งแรงและปรับสมดุลทั้งส่วนที่แห้งและมันบนผิวได้ดี จะไป KANEBO Skin Conductor ที่เสริมปราการผิว เคลือบบำรุงจุดที่แห้งได้ดีแต่เซ็ทตัวตัวไม่มันเลื่อนที่ทำให้ผิวส่วนที่ปกติจะมันวาวดูไม่เยิ้มหนัก
ถ้าอยู่ทำงานที่บ้านไม่ได้ออกไปไหน ปูเป้จะลองแค่มอยซืเจอิไรเซอร์โดยไม่ลงกันแดดเลย เพราะว่าที่ห้องติดฟิล์มนาโนเซรามิกที่กรองทั้ง UV และแสงสีฟ้า เลยจะไม่ลงกันแดดเพราะไม่จำเป็น
แต่ถ้ามีออกจากบ้าน ไปห้าง ไปเจอเพื่อน ไปประชุมกับลูกค้า ผิวดูกระจ่างแต่ไม่ต้องกริบมาก ไม่ต้องการปกปิด ก็จะลงตามนี้
กันแดดจะเลือกแบบมีสีเนื้อที่ช่วยเสริมให้ผิวดูกระจ่างขึ้นนิด ตัวที่บาง ไม่ปกปิด แต่ผิวดูสวยกว่าผิวเปลือยเปล่าคือตัว Tinted ของ Herbitage ถ้าจะกลบความแดงและไม่สม่ำเสมอของผิวได้มากนิดนึงจะเป็นคอมโบของ Bioderma Ultra-Fluid ผสมตัว Invisible กับ Shade 01 (หรือเฉดอื่นตามสีผิว)
💜 Route C คือเน้นผิวเนียนและปกปิดมากขึ้น เหมาะออกงาน มีถ่ายรูป ไปเดท จะเริ่มด้วยการใช้ Curel Powder in Balm แทนขั้นตอนของมอยซ์เจอไรเซอร์ กลบความเงาวาวของสกินแคร์และกันแดดที่ใช้ และช่วยให้พื้นผิวมีความละเมียดขึ้น กันแดดที่ลงตามอันนี้แล้วสวยคือ IPSA Protector Sun Shield EX ซึ่งถ้าช่วงไหนผิวดีแบบพีค ๆ อยากโชว์ผิว ลงแค่ตัวนี้ ทิ้งให้เซ็ทตัวสัก 10 นาทีแล้วลงแป้งฝุ่น คือพอแล้ว
ถ้าอยากได้ความกริบขึ้นแต่ยังดูเป็นผิว จะลงตามด้วย KANEBO The Primer จะช่วยให้ผิวดูเนียบขึ้น รูขุมขนดูสังเกตเห็นยากขึ้น แต่มีความโปร่ง ไม่รู้สึกว่ากำลังทาอะไรอะไรที่ทึบหรือหนา ใช้ในปริมาณ 1 ปั้ม เกลี่ยด้วยนิ้วเบา ๆ ให้ทั่วคือโอเคแล้ว แต่ตัวนี้ไม่ค่อยทนอากาศร้อนและเหงื่อเท่าไหร่
อีกทางเลือกจะปกปิดมากกว่า และให้การปกป้องจากแสงแดดที่ค่อนข้างสูง คือ Tone Up CC ของ Decorte เป็นตัวที่ทาได้ลื่นผิว ใช้ง่าย มีเฉดให้เลือก แต่สำหรับคนที่ปกติไม่แต่งหน้า ไม่ใช้รองพื้น ต้องระวังปริมาณในการใช้นิดนึง เราใช้แค่ 1-2 เม็ดถั่วเขียวก็พอละ
Route C จะลงแป้งฝุ่นหรือไม่ลงแป้งฝุ่นก็ได้ครับ เพราะพอทุกอย่างเริ่มเซ็ทตัวแล้ว ถึงไม่ลงแป้งฝุ่นผิวจะดูโกลว์โดยไม่ดูมันเลื่อมเกินไป (แต่ไม่ได้คุมคความมันนะ) พอน้ำมันผิวออกมาในระหว่างวันจนหน้าดูวาวเกินไปก็แค่เอาทิชชู่ซับหน้าเบา ๆ เอาความมันวาวออก ผิวจะดูเฟรชและเนียนเหมือนลงแป้งฝุ่นหมาด ๆ แล้วครับ
25/06/2026
เมื่อต้นเดือนแชร์สกินแคร์ที่ใช้ในตอนกลางคืนไปแล้ว รอบนี้เลยมาแชร์สกินแคร์กลางวันบ้างครับ จะขอแบ่งเป็นสองส่วน โดยส่วนแรกจะเป็นตัวพื้นฐานที่ใช้อย่างพวกโลชั่นน้ำและเซรั่ม และส่วนที่สองจะเป็นตัวที่ปรับเปลี่ยนไปตามกิจกรรมที่จะทำในวันนั้นอย่างมอยซ์เจอไรเซอร์และกันแดด
ในส่วนของสกินแคร์พื้นฐานในตอนกลางวันจะเป็นตามนี้ครับ
1 - ล้างหน้าจะใช้มูสล้างหน้าของคิวเรลที่เหมาะกับการเป็น Morning Cleanser มากเพราะเป็นตัวที่อ่อนโยน คงความชุ่มชื้นได้สูง และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในนี้จะช่วยกระตุ้นผิว เสริมการไหลเวียนโลหิต
2 - ในวันที่ต้องไปออกงาน มีอีเวนต์ พบผู้คน จะเพิ่มขั้นตอนของการนวดหน้าไล่น้ำเหลือง กระตุ้นกล้ามเนื้อ ลดการบวม และทำให้รูปหน้าดูยกและกระชับขึ้น ด้วย Gankin Massage ของ SUQQU ด้วยครีมนวดหน้าของเขา มันทำหน้าที่เป็นมาส์กครีมให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วย
3 - หลังล้างหน้า ล้างมทาส์กออกแล้วก็ซับผิวให้แห้ง ลงโลชั่นน้ำบำรุงผิว วันไหนที่นวดหน้าเทใส่สำลีแล้วลูบผิว วันไหนไม่ได้นวดหน้าจะเทใส่มือแล้วประคบ ใช้ d programสูตรใหม่หมดไป 2 ขวดแล้ว (สีม่วงกับฟ้า) เลยเปิดสูตรเก่าที่ตุนไว้มาใช้ต่อให้หมดฮะ
4 - Immaculia Eeesnce เป็นเซรั่มเนื้อน้ำ ใช้ได้ทั้งกลางวันกลางคืน แต่ตอนนี้กลางคืนทาเยอะแล้วเลยปรับมาเหลือแค่ตอนกลางวัน เพราะเป็นตัวที่ต้านอนุมูลอิสระได้ดีมาก เนื้อเบา และสารบำรุงแน่น เป็นไบรท์เทนนิ่งที่ดีด้วย
5 - เซรั่มเฉพาะเจาะจงในตอนนี้เน้นความชุ่มชื้นกับการเสริมความแข็งแรงของผิวในชั้นลึกด้วย Deep Barrier Water Serum ที่ทำให้ผิวชุ่มชื้นและไวต่อสิ่งกระตุ้นน้อยลง
6 - เซรั่มรอบดวงตาใช้ EGCG + Caffeine เหมือนเดิม
7 - ตัว Immaculia Essence ควรใช้ร่วมกับ Tyrosinase Inhibitor จะช่วยเรื่องความกระจ่างและจุดด่างดำได้ดีขึ้น ก่อนหน้านี้ใช้ Light Generator ที่มี SymWhite 377 ก็ได้ผลดี ผิวคือบริ้งงงงง เนื้อตัวนี้จะเข้มข้นด้วย ใช้แทนขั้นตอนมอยซ์เจอไรเซอร์เคลือบผิวไปได้ในระดับนึงเลย แต่พอหมดขวดก็ลองเปลี่ยนมาใช้ Whitelogist ของ Decorte ที่ใช้ Kojic Acid เป็นตัวหลัก ก้ถือว่าโอเคเลยนะ รอยสิวอักเสบที่แนวกรามจางลงแบบค่อยเป็นค่อยไป เนื้อตัวนี้เบาไม่หนักผิวด้วย
ถ้าไม่นับขั้นตอนล้างหน้ากับนวดหน้า ตัวบำรุงในตอนเช้าที่ใช้เป็นแกนหลักมีแค่ 5 ตัวครับ ส่วนที่เหลือจะเป็นขั้นตอนในการเลือกมอยซ์เจอไรเซอร์ (ถ้าจำเป็น) กับกันแดด และเมคอัพเบส
เมื่อวันก่อนมีวีดีโออันนึงเด้งขึ้นมา อารมณ์เดอะแบกของบ้านระบายความอัดอั้น เงินเดือนหมื่นนิด ๆ แต่ให้พ่อแม่ไปแล้ว 1/3 ยังไม่นับข้าวของใช้ในบ้านที่ก็ซื้อให้ใช้ร่วมกัน มีค่าใช้จ่ายของหลานอีก จนไม่มีส่วนเหลือให้ตัวเองได้ใช้เพื่อความสุข ไปเที่ยว ดูแล้วก็แบบ เอะใจที่สุดคือเรื่องหลาน แปลว่าต้องมีพี่น้องคนอื่น แล้วก็คิดว่า
- จะให้เงินพ่อแม่ก็ให้ได้ แต่ถ้ารายได้น้อยให้ ให้ตามสัดส่วนรายได้ ไม่เกิน 10% งี้ เพราะเราก็ต้องมีชีวิตมีอนาคตของตัวเอง
- หลานไม่ใช่ลูกเรา เอ็นดูได้ แต่ไม่ใช่หน้าที่เราโดยตรง หน้าที่คือพ่อแม่มัน ถ้าเราตึงเราก็ไม่ต้องเจียด
- อย่าให้ใครก็ตาม แม้แต่พ่อแม่ตัวเอง มาบอกว่า เป็นครอบครัว เป็นพี่น้อง เป็นอาน้าหลาน ต้องช่วยกัน แล้วบีบให้เราต้องรับภาระที่เราเองก็จะอยู่ไม่ไหว
พูดในฐานะเดอะแบกที่ปลดล็อคชีวิตตัวเองด้วยการบอกว่า "ไม่" "กูพอแล้ว" กับพ่อแม่ตัวเอง อันไหนทำได้จะทำ ทำไม่ได้จะไม่ทำ ทำไม่ไหวก็บอกว่าไม่ทำ ไม่แบกทุกอย่างแล้ว และตัดพี่ตัดน้องตัดญาติทิ้ง เพราะสูตรสำเร็จของครอบครัวเอเชียน มีพี่น้อง แต่เป็นชายแท้ (or หญิงแท้) แต่ง'านไปมีครอบครัว มีลูก แล้วพ่อแม่เราบอกว่าเราเป็นกะเลย ตัวคนเดียว ก็เลยเอาภาระมาฝากฝัง มาให้เราแบก
อย่าแบกค่ะ เพราะมีมือมีตีนเหมือนกัน ก็ช่วยกันรับผิดชอบ ไม่ใช่บอกว่าไอ้ลูกคนนั้นหวังพึ่งไม่ได้ แล้วก็โยนมาให้เรา
เราเป็นกะเลย เราไม่มีแฟน ไม่มีคู่ชีวิต แก่ไปคือเราต้องดูแลตัวเอง ไม่มีเงิน ไม่มีอะไรเก็บแล้วใครจะมาดูเรา พี่น้องหรอ? ฝันไปเหอะ (ใครมีพี่น้องที่รักกันม้ากกกก รักพ่อรักแม่มาก ช่วยเหลือ ซัพพอตมาให้สม่ำเสมอ ไม่ปล่อยให้ใครแบกไว้คนเดียวก็ยินดีด้วยนะ แต่คนอื่นไม่ได้โชคดีแบบนั้น)
ชีวิตที่โยนทุกอย่างมาให้เรา วันนึงเกิดเราเดี้ยงไปแล้วจะอยู่ยังไง? ไม่อดตายกันหมดหรอ? พอคิดแบบนี้ก็รู้สึกว่าถ้าเราพยายามคนเดียวมันก็เหมือนตักน้ำใส่ตุ่มก้นรั่ว ทุกคนต้องพยายามอยู่ด้วยตัวเองได้มันถึงจะรอด และเราต้องรอดก่อนถึงจะมีปัญญาไปช่วยคนอื่น ดังนั้นคำตอบของเราคือเราเอาตัวรอดก่อน
ชีวิตนี้โตมาแบบถูกทำให้รู้ว่า ถ้าอยู่ด้วยตัวอองไม่ได้ ก็ไม่มีใครให้พึ่งพา พ่อแม่ไม่ได้อยู่ค้ำฟ้าเลี้ยงเาไปจนตาย อันนี้เขาก็สอนมาเอง สมบัติญาติอะไรเราก็ไม่ใช่หลานรักที่จะได้ ถูกมองว่าเป็นกะเทยเดี๋ยวให้อะไรไปก็เอาไปประเคนให้ผู้ชายหมด (วอทเดอะฟัค?) ถึงพยายามที่จะดูแลตัวเองให้รอด อยู่ด้วยตัวเองให้ ๆได้ แต่กลายเป็นว่าพอเราเอาตัวรอดได้ ก็ต้องไปแบกคนอื่นจนตัวเองจมไปด้วย
ไม่แฟร์หรอก แล้วโลกมันก็ไม่คเยแฟร์ด้วย แต่เราเลือกเองได้ว่าเราจะเดินออกมาไหม เราจะขีดเส้นว่าตรงไหนคือจุดที่เราทำได้จุดไหนที่เราจะบอกว่าไม่
ที่สำคัญที่สุด ถ้าเราทำเต็มที่แล้วนะ แล้วไม่ไหว ให้เดินออกมาเลย ไม่ต้องสนใจคำครหาจากคนอื่น จากความเห็น คอมเมนต์ของใครทั้งนั้น เพราะคนที่ต้องลำบาก ต้องแบก ต้องรับภาระ คือเรา ไม่ใช่คนพวกนั้น
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
เว็บไซต์
ที่อยู่
Bangkok
10500
