Mike's Scents

Mike's Scents

แชร์

Perfume is emotion, not just a scent.
เรื่องเล่าของกลิ่น ที่เรียบ แต่ไม่ธรรมดา
#VlogofScents #MikeSce

09/10/2026

น้ำหอมปาร์ตี้ ศุกร์เย็น ในหมวดแบรนด์ไทย และเหมือนเดิม ผมไม่ได้เชี่ยว น้ำหอมกลางคืนมากๆ มีไม่ได้เยอะ ใช้เวลา สักพักเลย ในการ จิ้มมาได้ ถาดนี้

ตัวเลือกผมมี ทั้ง ดาร์คแท้ ไปจนถึง สะอาดแต่ไปปาร์ตี้ก็ยังเก๋

ตัวโหดผมให้
Artepole Noire Affairs

ตัวที่เน้นนัวร์ผมให้
Luatimo IOVIS

ตัวท่านผู้นำออกงาน
VIVE PERFUME Oud Valhalla

ตัว Gen Z แนวเท่ กลิ่นเก๋
Plain Poetry Money Money Money

ตัวหรูหรา ผมให้
Voyarg3r Eternal Veil

ตัวน่ารักอบอุ่นสนุกใจดี
VIVE PERFUME Inside Out

ตัวสะอาดเก๋ ในงานปาร์ตี้
Les Bonjours Ithaca
Novelic Perfume กลิ่นShaken Not Stirred

ตัวขี้เล่นแต่แอบ Sexy
Ice Perfume Cola on the Rock

ตัวดึงดูดนุ่มนวล
Borom Vanilla at First Sight

ตัวปาร์ตี้
Butterfly Thai Perfume Full moon Party

ตัวสายชนแก้ว
Neferlogne Make a Toast

แล้วเพื่อนๆละคับ ถ้าเป็นหมวดน้ำหอมไทย ใช้ออกงานกลางคืน หรือ ปาร์ตี้ นึกถึงขวดไหนกันบ้าง 😁

Mike's Scents

09/10/2026

🪻 Lavender ที่ไม่ได้พาไปทุ่งดอกไม้ แต่พาไปอยู่ใน Penthouse สุด Minimalist!

MATIÈRE PREMIÈRE — METAL LAVENDER (2026) และนี่คือขวดแรกจากบ้านนี้ในคอลเลคชั่นผมครับ!

คนรัก Clean Scent อย่างผม ถ้าจะเพิ่มอีกขวด มันต้องมีอะไรที่ต่างออกไปหน่อย 555

กลิ่นนี้เหมือนเอา Lavender สดๆ ไปจัดวางในแจกันสเตนเลส มีความหอมเย็น คม สะอาด ตัดกับความนุ่มของ Musk และ Cashmeran

ไม่ใช่ Lavender สายสปา ไม่ใช่ Clean แบบสบู่ แต่เป็นความสะอาดที่ดู Modern เท่ และมี Character

ชอบตรงที่มันไม่ได้พยายามหอมเหมือนใคร และนี่แหละครับเสน่ห์ของการสะสมน้ำหอมสำหรับผม 🤍

Same Lavender. Different Architecture.

09/10/2026

BORNTOSTANDOUT – DIRTY RICE

กลิ่นข้าวที่ไม่ได้ชวนให้นึกถึงห้องครัว แต่ชวนให้นึกถึงใครบางคนที่เราอยากอยู่ใกล้ๆ

ถ้าพูดถึงน้ำหอมกลิ่นข้าว หลายคนอาจจินตนาการถึงข้าวหุงใหม่ๆ ความหอมอุ่นๆ แบบอาหาร หรือกลิ่นข้าวที่มีความเป็นเอเชียสูงมาก

แต่ Dirty Rice จาก BORNTOSTANDOUT สำหรับผม มันไปไกลกว่านั้นครับ

นี่ไม่ใช่กลิ่นข้าวที่ตั้งใจทำให้น่ากิน แต่เป็นกลิ่นข้าวที่ถูกนำมาเล่าเรื่องของความใกล้ชิด ความอบอุ่น และความเย้ายวนแบบไม่ต้องพยายาม

ชื่อ Dirty Rice อาจทำให้คิดว่ากลิ่นต้องดิบ ต้องแรง ต้องเซ็กซี่แบบโจ่งแจ้ง แต่พอได้ทำความรู้จักกับโครงสร้างกลิ่น ผมกลับมองว่าความ Dirty ของมันเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนกว่านั้นมาก

---------

กลิ่นเป็นยังไง?

ลองจินตนาการว่าเราอยู่ในห้องนอนที่มีแสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านผ้าม่านสีขาว ผ้าปูเตียงสะอาด แต่ยังมีความอุ่นของผิวกายหลงเหลืออยู่

บนโต๊ะข้างเตียงมีนมอุ่นๆ หนึ่งแก้ว และกลิ่นข้าวบาสมาติที่เพิ่งหุงเสร็จลอยมาเบาๆ

ไม่ใช่บรรยากาศที่หรูหราอลังการ แต่เป็นความสบายที่มีเสน่ห์อย่างประหลาด

นี่คือภาพที่ผมนึกถึงจาก Dirty Rice ครับ

เปิดกลิ่นด้วย Almond และ Bergamot ซึ่งช่วยสร้างความนุ่มนวลและความสว่างเล็กๆ ก่อนที่พระเอกตัวจริงอย่าง Basmati Rice จะเข้ามารับช่วงต่อ

ข้าวบาสมาติให้ภาพของข้าวเมล็ดยาวที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ไม่ได้หวานแบบข้าวเหนียวมะม่วง ไม่ได้เป็นกลิ่นข้าวคั่ว แต่เป็นความหอมละมุน อุ่นๆ คล้ายกลิ่นแป้งบางเบา

พอมี Milk เข้ามา ความรู้สึกก็ยิ่งนุ่มขึ้น เหมือนเอากลิ่นข้าวไปห่มด้วยผ้าห่มสีครีม

ที่น่าสนใจคือ Peony ซึ่งช่วยเติมความโปร่งและความเป็นดอกไม้ ไม่ให้กลิ่นกลายเป็นข้าวนมที่หนักหรือหวานจนเกินไป

ส่วนฐานกลิ่น Sandalwood, Musk, Cedar, Vetiver และ Cetalox ทำหน้าที่สร้างมิติของความเป็นผิวกาย มีทั้งความครีมมี่ ความสะอาด และความอุ่นแบบไม้เนื้อนุ่ม

มันจึงไม่ใช่แค่ Rice Fragrance แต่เป็น Rice + Skin Musk + Soft Woods ที่ผสมกันได้อย่างน่าสนใจ

------

แล้ว Dirty อยู่ตรงไหน?

ผมว่ามันอยู่ตรงความรู้สึกครับ

Dirty Rice ไม่ได้เซ็กซี่แบบน้ำหอมที่ใช้ Vanilla หนักๆ หรือ Amber หวานๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ

แต่เป็นความเซ็กซี่ของคนที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ ใส่เสื้อยืดตัวหลวมๆ นั่งอยู่ข้างเรา แล้วเรารู้สึกว่าอยากขยับเข้าไปใกล้อีกนิด

สะอาด แต่ไม่บริสุทธิ์จนไร้เสน่ห์

นุ่มนวล แต่ไม่ได้เรียบร้อยจนไม่มีอะไรให้ค้นหา

และผมว่าความขัดแย้งเล็กๆ แบบนี้แหละ ที่ทำให้ Dirty Rice มีบุคลิกเฉพาะตัว

-------

ในมุม Mike's Scents

คนที่ติดตามผมมานานจะรู้ว่าผมชอบน้ำหอมโทน Clean มาก แต่ Clean สำหรับผมไม่ได้แปลว่าต้องเป็นกลิ่นสบู่ กลิ่นผ้าซักใหม่ หรือกลิ่นที่ให้ความสดชื่นเสมอไป

Dirty Rice เป็นอีกทิศทางหนึ่งของความสะอาด

เป็น Warm Clean / Intimate Clean ที่ไม่ได้ต้องการให้คนทั้งห้องได้กลิ่น แต่ต้องการให้คนที่เข้ามาอยู่ในระยะใกล้รู้สึกถึงเสน่ห์ของเรา

และผมชอบแนวคิดนี้นะ

โดยเฉพาะการนำ Rice Accord มาใช้เป็นหัวใจของกลิ่น เพราะมันทำให้ความสะอาดมี Texture มีความนุ่ม มีความอุ่น และมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ใครที่ไม่ชอบน้ำหอมแนว Musky หรือกลิ่นที่มีความเป็นผิวกาย ควรลองบนผิวก่อน เพราะ Cetalox และ Musk อาจให้ความรู้สึกต่างกันในแต่ละคน

ส่วนเรื่องความติดทนและการกระจายตัว ผมอยากให้ตัดสินจากการใส่จริงมากกว่าคาดหวังจากโครงสร้างกลิ่นเพียงอย่างเดียว

-------

สรุป

Dirty Rice ไม่ใช่น้ำหอมที่ผมจะนิยามว่าเป็นกลิ่นข้าวหอมๆ แล้วจบ

มันคือการนำความธรรมดาของข้าว นม และกลิ่นผิวกาย มาสร้างความรู้สึกที่มีความใกล้ชิดอย่างน่าประหลาด

เป็นน้ำหอมที่ไม่ได้พยายามทำตัวให้แพง ไม่ได้พยายามทำตัวให้สะอาดที่สุด และไม่ได้พยายามจะเซ็กซี่ที่สุด

แต่กลับมีเสน่ห์จากความเป็นธรรมชาติของมันเอง

ถ้า Clean Scent ทั่วไปคือกลิ่นของเสื้อเชิ้ตขาวที่เพิ่งรีดเสร็จ Dirty Rice ก็คือกลิ่นของเสื้อเชิ้ตขาวตัวนั้น หลังจากถูกใส่มาทั้งวันโดยคนที่เราแอบชอบ

และนั่นแหละครับ ความ Dirty ที่ผมคิดว่าแบรนด์อยากเล่า

Mike's Scents
Scent Your Story.

08/10/2026

MATIÈRE PREMIÈRE — METAL LAVENDER

เมื่อ Lavender ไม่ได้พาเราไปทุ่งดอกไม้ แต่พาเราเข้าไปอยู่ในโลกของ Modern Luxury

และนี่คือ Matière Première ขวดแรกในคอลเลคชั่นของผมครับ!

ผมเป็นคนชอบน้ำหอมสะอาดมาก แต่ยิ่งสะสมเยอะขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกว่าคำว่า Clean ไม่จำเป็นต้องหมายถึงกลิ่นสบู่ ผ้าซักใหม่ หรือ Citrus สดชื่นเสมอไป บางครั้งความสะอาดก็สามารถมีบุคลิกที่เย็น นิ่ง สุขุม และดูแพงได้เหมือนกัน

Metal Lavender เป็นกลิ่นที่ทำให้ผมสนใจตั้งแต่คอนเซปต์ เพราะแค่ชื่อก็น่าสนใจแล้วว่า Lavender ที่เราคุ้นเคย เมื่อมาอยู่คู่กับคำว่า Metal จะออกมาเป็นยังไง

-----

ลองนึกภาพตามผมนะครับ...

คุณกำลังเดินเข้าไปใน Boutique Hotel ที่ Copenhagen ช่วงเช้าของฤดูใบไม้ผลิ

ตัวอาคารตกแต่งด้วยคอนกรีตสีเทาอ่อน กระจกบานใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์สเตนเลสขัดด้าน แสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบพื้นหินที่ยังเย็นอยู่

บนโต๊ะกลางห้องมีแจกันโลหะทรงโมเดิร์น ในนั้นเป็นกิ่ง Lavender สดที่เพิ่งตัดจากสวน

กลิ่นสมุนไพรหอมเย็นลอยขึ้นมาเบาๆ มีความเขียว ความสะอาด และความคมอยู่ในตัว

ไม่ใช่ Lavender หวานๆ แบบถุงหอมในตู้เสื้อผ้า ไม่ใช่กลิ่นน้ำมันนวดในสปา และไม่ใช่ Lavender แบบแป้งโกนหนวดที่ให้ความรู้สึกย้อนยุค

แต่เป็น Lavender ที่ถูกนำเสนอในบรรยากาศที่ดูทันสมัยมากๆ

Clean, Cold, Minimal แต่ไม่ได้ไร้ชีวิตชีวา

สิ่งที่ทำให้โครงสร้างกลิ่นนี้น่าสนใจคือ Lavender และ Lavandin ที่ให้ภาพของความ Aromatic สดสะอาด มีความเป็นสมุนไพรอยู่ชัดเจน

แต่แทนที่จะพาไปทางสดชื่นแบบ Citrus หรือหวานนุ่มแบบ Floral กลับมี Musk และ Cashmeran เข้ามาช่วยสร้างอีกบุคลิกหนึ่ง

ลองนึกถึงตอนที่คุณเดินออกจากห้องน้ำของโรงแรมหรู หลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ผิวสะอาด ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อดีที่รีดเรียบ แต่แทนที่จะได้กลิ่นสบู่หรือแชมพู กลับเป็นกลิ่น Lavender เย็นๆ ที่มีความนุ่มคล้ายผ้าคุณภาพดีอยู่ด้านหลัง

Cashmeran ทำให้ภาพของโลหะเย็นๆ ดูมีความอบอุ่นขึ้น เหมือนเก้าอี้สเตนเลสที่ถูกคลุมด้วยผ้า Cashmere สีเทาอ่อน

ส่วน Musk ก็ช่วยเติมความรู้สึกสะอาดแบบแนบผิว ทำให้ภาพรวมไม่ได้ดูแข็งหรือเย็นชาจนเกินไป

เย็น แต่ไม่แข็งกระด้าง

สะอาด แต่ไม่เหมือนน้ำยาซักผ้า

นุ่ม แต่ไม่หวานเลี่ยน

นี่คือความขัดแย้งที่ผมมองว่าน่าสนใจมากใน Metal Lavender

ถ้าจะเปรียบกลิ่นนี้เป็นคน ผมนึกถึงคนที่ใส่เสื้อเชิ้ต Oversized สีขาว กางเกง Tailored Trousers สีเทา รองเท้าหนังเรียบๆ ไม่มีโลโก้แบรนด์ใหญ่ๆ ให้เห็น

ไม่ได้แต่งตัวเยอะ แต่ดูดีทุกองค์ประกอบ มีความเนี้ยบแบบไม่ต้องพยายาม และมีความมั่นใจแบบเงียบๆ

Quiet Luxury with an Industrial Edge.

-------

แล้วทำไมถึงเลือก Metal Lavender เป็น Matière Première ขวดแรก?

สำหรับผมที่มีน้ำหอมสะอาดอยู่ในคอลเลคชั่นเยอะมาก การจะเพิ่มอีกขวดเข้ามา มันต้องมีอะไรที่แตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว

ผมมีทั้งความสะอาดแบบ Laundry ความสะอาดแบบ White Floral ความสะอาดแบบ Citrus และความสะอาดแบบหรูหราอลังการ

แต่ Metal Lavender นำเสนอความสะอาดที่ดูเป็น Architectural มากกว่า Romantic

ถ้า Byredo Blanche ทำให้ผมนึกถึงผ้าขาวสะอาด และ MFK 724 ทำให้ผมนึกถึงความสะอาดของเมืองใหญ่ที่มีชีวิตชีวา

Metal Lavender กลับทำให้ผมนึกถึงห้องแกลเลอรีศิลปะร่วมสมัยที่เพิ่งเปิดประตูในตอนเช้า

พื้นหินขัดเย็นๆ ผนังสีขาว เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น และกลิ่น Lavender ที่ลอยอยู่ในอากาศอย่างมีระเบียบ

ไม่มีอะไรเยอะ แต่ทุกอย่างถูกจัดวางมาอย่างตั้งใจ

และผมชอบความรู้สึกแบบนี้มาก เพราะน้ำหอมไม่จำเป็นต้องมีโน้ตเยอะ ไม่จำเป็นต้องหวือหวา หรือพยายามสร้างความประทับใจตั้งแต่วินาทีแรกเสมอไป

บางครั้งความหอมที่น่าสนใจที่สุด คือความหอมที่มีบุคลิกชัดเจนโดยไม่ต้องส่งเสียงดัง

สำหรับใครที่ชอบ Lavender แบบหวานๆ นุ่มๆ หรือ Fougère คลาสสิก ผมคิดว่าควรลองกลิ่นนี้ก่อน เพราะทิศทางของมันต่างจาก Lavender ที่หลายคนคุ้นเคย

แต่ถ้าคุณเป็นคนรัก Clean Scent และอยากขยับออกจากโลกของสบู่ ผ้าสะอาด และ Citrus ไปเจออะไรที่ดูคม เท่ และ Contemporary มากขึ้น Metal Lavender เป็นอีกขวดที่น่าสนใจครับ

ส่วนเรื่อง Performance ผมขอใช้เวลาทดสอบกับผิวจริงให้มากกว่านี้ก่อน เพราะสำหรับผม น้ำหอมที่กลิ่นดี กับน้ำหอมที่เราอยากหยิบมาใช้ซ้ำ เป็นคนละเรื่องกัน

-------

ถ้าจะให้ผมอธิบาย Metal Lavender เป็นภาพเดียว...

มันไม่ใช่ช่อ Lavender ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ในบ้านชนบท Provence

แต่มันคือ Lavender ช่อเดียวกัน ที่ถูกนำไปจัดวางในแจกันสเตนเลสกลาง Penthouse สไตล์ Minimalist

ดอกไม้ชนิดเดิม แต่เปลี่ยนบรรยากาศทั้งหมด

Same Lavender. Different Architecture.

และนี่คือเหตุผลที่ผมเลือกให้ Metal Lavender เป็นจุดเริ่มต้นของ Matière Première ในคอลเลคชั่นของผม

เพราะมันไม่ได้พยายามเปลี่ยน Lavender ให้กลายเป็นสิ่งอื่น แต่ทำให้เราเห็นว่า Lavender ที่คุ้นเคย สามารถมีบุคลิกใหม่ได้อีกมากแค่ไหน

Mike's Scents — Clean DNA, Different Direction.

08/10/2026

เป็นอีกแบรนด์จากเกาหลีที่ผมว่าน่าสนใจ ทั้งคาแรกเตอร์ แนวคิด และการทำกลิ่นที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์

แต่ด้วยราคาที่ไม่เบาเลย คำถามคือ กลิ่นมันดีพอให้เรายอมจ่ายหรือเปล่า?

วันนี้เลยอยากมาแชร์มุมมองของ Mike’s Scents ในฐานะคนซื้อ คนใช้ และคนสะสมน้ำหอม ว่าอะไรที่ผมชอบ อะไรที่ยังติดใจ และแบรนด์นี้มีดีแค่ไหน

No Spon นะจ๊ะ 555 🤣 ซื้อเอง รีวิวเอง ไม่จำเป็นต้องชอบทุกกลิ่น!

#รีวิวน้ำหอม

08/10/2026

รีบกดกันนะฮะ อิอิ

น้ำหอม 3 กลิ่นสุด Hit Restock แล้วทุก Size นะครับ ตามไปกดกันได้เลยที่
SA-NE's Shopee Official: https://shopee.co.th/sane_perfume

07/10/2026

WHAT IF… ถ้าให้ผมเลือกน้ำหอม Designer สำหรับออกงานกลางคืน? 🌙

บอกก่อนว่าโจทย์นี้จริงๆ ไม่ค่อยเป็นทางผมเท่าไหร่ 5555
เพราะน้ำหอม Designer ใน Collection ผมก็ไม่ได้เยอะ และประเภท “เกิดมาเพื่อ Night Out” แบบหวานจัด แรงจัด เดินเข้างานก่อนเจ้าของร่าง…ผมก็แทบไม่เก็บ 😂

แต่ถ้าตั้งกติกาว่า
ห้าม Niche / ห้าม Private Line / ห้ามของแพงบ้าระห่ำ
แล้วให้เลือกจากขวดที่ผมมี…

ผมน่าจะหยิบพวกนี้ครับ

Hugo Boss Bottled Absolu
ความสัมพันธ์แบบ จากวันนั้นที่ไม่ชอบ สู่วันนี้ที่เริ่มเข้าใจ 😂
ตอนออกใหม่ๆ ผมไม่อินเลย แต่พอกลับมามองในโจทย์ “น้ำหอมออกงานที่ไม่ต้องจ่ายโหด” ต้องยอมรับว่าขวดนี้ กลิ่นแพงกว่าราคา
มีความเข้ม มีน้ำหนัก แต่พอดี
ไม่เว่อ ไม่ตะโกน และที่สำคัญ… ไม่เสี่ยว
ใส่สูท ใส่ดำ แล้วจบได้เลย

-----

D&G The One EDP
ถ้าวัดกันที่ “กลิ่น” อย่างเดียว ผมชอบมาก
หล่อ อบอุ่น มีเสน่ห์ และมีความใกล้ชิดแบบคนที่เราอยากยืนคุยด้วยนานๆ

แต่ถ้าถามเรื่องความทน…

เอาเป็นว่า อย่าถามเลย เดี๋ยวเสียบรรยากาศ 55555

-----

Givenchy Gentleman Society EDP
อันนี้คือคำว่า พอดี สำหรับผม

ไม่ได้พยายามเซ็กซี่จนเกินไป
ไม่ได้สุขุมจนกลายเป็นคุณลุง
มีความเนี้ยบ มีมาด และมีความหล่อแบบรู้ตัวแต่ไม่ต้องประกาศ

ถ้าคืนนี้เป็น Party แล้วผมอยากรู้สึกว่า
“เออ วันนี้กูหล่อ”
ผมหยิบขวดนี้

------

Dior Sauvage Parfum
ขอใช้พื้นที่ตรงนี้ ถอนคำพูดที่เคยบอกว่าไม่ชอบ Sauvage 😂

เพราะพอมาถึง Parfum ผมกลับชอบมาก
มันนิ่งกว่า นุ่มกว่า ลึกกว่า และไม่ได้พุ่งเข้าหาคนอื่นแบบ Sauvage ในภาพจำของผม

เป็นความ masculine ที่สุขุมและดูโต

ถ้าในบ้านผมไม่มี Niche ไม่มี Private Collection ไม่มีขวดราคาบ้าบอทั้งหลาย…

ผมว่าขวดนี้โดนหยิบบ่อยมากแน่

-----

Guerlain L’Homme Idéal Parfum
ขวดนี้ผมไม่ได้มองเป็น Party Scent เท่าไหร่

แต่ถ้าเป็นงานที่ผมเป็น เจ้าภาพ / ประธาน / คนที่ต้องขึ้นพูด / คนที่ต้องมี Presence

ผมให้ขวดนี้

มันมีความ Confident. Powerful. Authority.

ไม่ได้เดินเข้าห้องแล้วตะโกนว่า “มองฉันสิ”
แต่ให้ความรู้สึกว่า
คนนี้น่าจะเป็นคนที่ตัดสินใจอะไรบางอย่างในห้องนี้ได้

ชอบ Energy แบบนั้นมาก

---------

Armani I WILL
สารภาพว่าไม่ใช่กลิ่นที่ผมหยิบใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน

แต่ถ้าโจทย์คือ ออกงานกลางคืน
ต้องยอมรับว่าเขาทำการบ้านมาดี

ไม่จม ไม่หาย ไม่แก่
มี Presence และที่สำคัญคือ…

ทนแบบมหัศจรรย์ 😂

งานยังไม่เลิก กลิ่นก็ยังไม่คิดจะกลับบ้าน

--------

Prada Paradigme
ถ้าคืนนั้นไม่ใช่ Gala ไม่ใช่งานใหญ่
แค่ Dinner / Rooftop / Drinks / Party แบบ Casual Relax

ผมชอบตัวนี้

มันมีความ Easy Luxury
ดูดีแบบไม่ได้แต่งเต็ม ดูแพงแบบไม่ได้พยายามทำตัวแพง

Performance อาจไม่ใช่สัตว์ประหลาดอะไร…

แต่เอาเถอะ
อย่างน้อยก็ยังทนกว่า The One นะ 55555

--------

Carolina Herrera Bad Boy Cobalt Absolute
ถ้าวันไหนอยากได้ลุค โตแล้ว…แต่ยังมีเขี้ยวเล็บ

ผมหยิบตัวนี้

ไม่ได้เป็นผู้ชายเงียบๆ ยืนถือแก้วอยู่มุมห้อง
แต่ก็ไม่ได้เดินเข้ามาพร้อมป้ายไฟว่า “คืนนี้ฉันจะยั่วทุกคน”

มันมีมาด มีความเท่
สะอาดในแบบ Dark ขึ้นมาหน่อย
และ Sexy แบบรู้ว่าควรหยุดตรงไหน

--------

Viktor&Rolf Spicebomb Metallic Musk

นิยามง่ายมาก…

สุภาพบุรุษท่านหนึ่ง

ไม่แรด
ไม่ซ่า
ไม่ต้องเปิดตัวด้วยเอฟเฟกต์ควัน 5555

แต่แต่งตัวดี กลิ่นดี และยืนอยู่ในงานได้แบบไม่ผิดที่ผิดทาง

------

ส่วน Azzaro The Most Wanted กับ JPG Le Male

สองคนนี้ต้องบอกตรงๆ ว่า
ไม่ค่อยเป็นผมเท่าไหร่

แต่!!

ถ้าโจทย์คืนนี้ไม่ใช่ “ไปงาน”
แต่คือ

“ไปเอาซีน”

เออ…สองบ้านนี้ทำได้ 😂

เพราะสุดท้ายสำหรับผม
น้ำหอมออกงานกลางคืน ไม่จำเป็นต้องหวานจัด แรงจัด หรือ Sexy จนคนทั้งห้องรู้ว่าเรามา

บางครั้งแค่กลิ่นที่ทำให้เรารู้สึก
หล่อขึ้นอีกนิด มั่นใจขึ้นอีกหน่อย และยังเป็นตัวเองอยู่

แค่นั้นก็พอแล้ว

แล้วคุณล่ะครับ?

ถ้าโจทย์คือ น้ำหอมออกงานกลางคืน — ไม่ Niche และไม่แพงบ้าระห่ำ

คุณจะหยิบขวดไหน? 🌙
.....Mike's Scents

07/10/2026

SAUVAGE EXTRAIT — กลิ่นที่เต็มไปด้วยพลังและอำนาจ 🖤

ถ้าถามว่า Sauvage ทั้ง 3 ตัวต่างกันยังไง สำหรับผมมันไม่ได้ต่างกันแค่ “ความเข้ม” แต่มันเหมือน ผู้ชายคนเดียวกัน ในคนละช่วงของชีวิต และคนละ State of Mind

-----

SAUVAGE EDP — CONFIDENT

นี่คือ Sauvage ที่ผมว่าคนส่วนใหญ่นึกถึง

ความสดแบบ Bergamot มากับความ Aromatic ที่คม ชัด ฟุ้ง และมีความหวานอุ่นๆ ตามมา เป็นกลิ่นที่มี Energy สูงที่สุดใน 3 ตัว

ถ้าให้ผมนึกเป็นภาพ คือผู้ชายที่เดินเข้ามาในห้องแล้วอยากให้คนรู้ว่า “ผมมาแล้วนะ”

สด เท่ Sexy มั่นใจ และเข้าถึงง่าย
EDP สำหรับผมคือ “Look at me.”

--------

SAUVAGE PARFUM — MATURE

พอมาที่ Parfum ทุกอย่างเหมือนถูกลด Volume ลงหนึ่งระดับ

จากความสดคมของ EDP กลายเป็นความนุ่ม กลม อุ่น และ Woody มากขึ้น มีความ Creamy ที่ทำให้ Sauvage ดูโตและสุขุมขึ้น

เขายังเป็นคนที่มี Confidence เหมือนเดิม แต่ไม่จำเป็นต้องเรียกร้อง Attention เท่าเดิมแล้ว

เป็นผู้ชายที่แต่งตัวดี ดูแลตัวเองดี พูดน้อยลง แต่ยังมีเสน่ห์

Parfum สำหรับผมคือ “Come closer.”

-------

และสุดท้ายตัวใหม่ที่ผมรู้สึกว่า เปลี่ยน Mood ของ Sauvage ไปเยอะที่สุด

SAUVAGE EXTRAIT — AUTHORITY

ตัวนี้น่าสนใจมาก เพราะผมไม่ได้รู้สึกว่า Dior แค่เอา Sauvage มาทำให้ “เข้มกว่าเดิม”

แต่เหมือนเอา DNA เดิมไปทำให้ Dark ขึ้น นิ่งขึ้น และมีความ Serious มากขึ้น

ความสดที่เราคุ้นเคยยังมีให้จับได้ แต่สิ่งที่เด่นขึ้นมาคือความ Woody, Oud และ Leathery ที่ทำให้กลิ่นมีความลึกและมี Shadow มากกว่าอีกสองตัว

และสิ่งที่ผมชอบคือ...

มันไม่ได้พยายามตะโกนว่าตัวเอง Powerful

แต่มันมีพลังจากความนิ่ง

ถ้า EDP คือคนที่เดินเข้าห้องแล้วทุกคนหันมามอง
Extrait คือคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นเฉยๆ...แต่เรารู้ว่า คนนี้มีอะไร

มันให้ภาพของเสื้อผ้าสีดำ Tailoring คมๆ ห้องที่แสงค่อนข้างมืด หนัง ไม้ และบรรยากาศที่ดู Private มากกว่า Social

มีความ Masculine มี Distance และมี Authority

EXTRAIT สำหรับผมเลยไม่ใช่ “Look at me.”

แต่เป็น...

“You already noticed.” 🖤

ดังนั้นถ้าให้ผมจำ Sauvage 3 ตัวด้วยคำเดียว

EDP = CONFIDENT
PARFUM = MATURE
EXTRAIT = AUTHORITY

Same DNA, Different State of Mind.

และสำหรับผม SAUVAGE EXTRAIT เป็นตัวที่ทำให้ผมอยากกลับมามอง Sauvage อีกครั้ง เพราะมันไม่ได้แค่ทำให้ Sauvage เข้มขึ้น...

แต่มันทำให้ Sauvage ดูมีอำนาจขึ้น โดยไม่ต้องพยายามเรียกร้องความสนใจเลย

07/10/2026

SAUVAGE EXTRAIT ใหม่ เหมือนเอา Sauvage ที่เราคุ้นเคย มาลดความสด ลดความตะโกน แล้วเพิ่มความดาร์ก ความนิ่ง และความหรูเข้าไปแทน

EDP = Confident
Parfum = Mature
แต่ Extrait สำหรับผมคือ Authority

ใครมี Sauvage อยู่แล้ว แล้วสงสัยว่าตัวใหม่ต่างพอให้มีเพิ่มไหม?
คลิปนี้ผมเทียบ 3 ตัวให้เลยครับ

06/10/2026

นี่คือดอกไม้ขาวแบบ “เต็มช่อ” — Tuberose, Egyptian Jasmine และ Lily of the Valley ที่มาแบบสว่าง แน่น และมี presence มาก

กลิ่นเหมือนเดินเข้าไปในห้องโถงที่เต็มไปด้วยดอกไม้ขาว แสงแดดลอดผ่านผ้าม่านบางๆ อากาศมีทั้งความสดของดอกไม้ ความเขียวของก้าน และความหอมฉ่ำที่ลอยเต็มห้อง

หอมจำ ละมุน แต่อลังการในเวลาเดียวกัน

และยิ่งใส่ยิ่งมีคำถามว่า…

เดี๋ยวนะ นี่ EDP จริงเหรอ? 😂

เพราะทั้งความแน่น ความเต็มอิ่ม และ performance มันมาแบบไม่เล่นๆ

ใครกำลังหา White Floral ที่ ทน ฟุ้ง และรู้เรื่อง รบกวนแวะไปลอง Parfums Dusita เลยครับ

สำหรับผม… Cavatina คืออีกขวดที่เข้าบ้านแล้วครับ 🤍

ดอกไม้ขาวในแบบที่ เดินเข้าห้อง แล้วคนรู้ว่าคุณมาแล้ว

ต้องการให้ธุรกิจของคุณขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในหมวด ร้านเสริมสวย ที่ Bangkok หรือไม่?
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ

หมวดหมู่

เว็บไซต์

ที่อยู่

Bangkok

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Mike's Scents โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

สมัครรับข่าวสาร

เราจะแจ้งให้คุณทราบเมื่อมีความเคลื่อนไหวใน Bangkok