DrPukSkintalk
คุยเรื่องผิวหนังกับแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง รศ.พญ.เปรมจิต จันทองจีน
#สะเก็ดเงินคืออะไร
ข้อมูลเบื้องต้น สำหรับคนไข้ #สะเก็ดเงิน และครอบครัว ใน #สะเก็ดเงิน101
ด้วยความปรารถนาดี
รศ.พญ.เปรมจิต จันทองจีน
#โรคผิวหนัง #แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
11/09/2026
มา update ความรู้โรคผิวหนัง
ในงานประชุมกลางปีของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย
ปีนี้ได้ป้าย committee ด้วย
เพราะโชคดีได้มีโอกาสเป็นหนึ่งในกองบรรณาธิการของวารสารโรคผิวหนัง (วารสารวิชาการอันแรกและอันเดียวของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย)
18/08/2026
#ตุ่มแข็งคันเรื้อรัง
😣 ตุ่มแข็ง คันมาก เกาจนเป็นแผล…ยิ่งเกา ก็ยิ่งคัน
หากมีอาการแบบนี้เรื้อรัง อาจไม่ใช่แค่ผื่นแพ้หรือผิวแห้งธรรมดา แต่อาจเป็น Prurigo Nodularis (PN) หรือ “โรคตุ่มแข็งคันเรื้อรัง” ซึ่งเป็นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่มีอาการคันมากเป็นอาการเด่น
🚨 ลักษณะที่พบบ่อย
• ตุ่มนูน แข็ง และหนา
• คันมาก บางคนคันจนรบกวนการนอน
• พบบ่อยบริเวณแขน ขา หลัง ลำตัว และก้น
• อาจมีรอยเกา สะเก็ด แผล หรือเลือดออก
• เมื่อเป็นนาน อาจทิ้งรอยดำ รอยขาว หรือแผลเป็น
• อาจมีตั้งแต่ไม่กี่ตุ่ม ไปจนถึงมีตุ่มจำนวนมากกระจายทั่วร่างกายได้
⚠️ โรคนี้ #ไม่ติดต่อ
ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ และไม่แพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง
🤔ทำไมยิ่งเกา ยิ่งคัน❓
หัวใจสำคัญของโรคนี้คือ วงจรคัน–เกา (Itch–Scratch Cycle)
คัน → เกา → ผิวหนังอักเสบและหนาขึ้น → ยิ่งคัน → ยิ่งเกา
ปัจจุบันพบว่าโรคนี้เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของทั้ง ระบบภูมิคุ้มกัน การอักเสบ และเส้นประสาทที่รับความรู้สึกคัน จึงทำให้สัญญาณคันเกิดขึ้นต่อเนื่องและหยุดได้ยาก
✨ เพราะฉะนั้น การบอกคนไข้เพียงว่า “อย่าเกา” อาจทำได้ยากกว่าที่คิด เพราะคนไข้ไม่ได้อยากเกา แต่ร่างกายกำลังส่งสัญญาณ “คัน” มาอย่างต่อเนื่อง
🤫 บางครั้ง #อาจมีโรคหรือภาวะอื่นร่วมด้วย เช่น
💠 ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ (Atopic Dermatitis)
💠 โรคทางระบบที่ทำให้เกิดอาการคัน เช่น โรคไต โรคตับ เบาหวาน หรือโรคไทรอยด์
💠 ยาบางชนิด
ดังนั้น แพทย์อาจต้องซักประวัติ ตรวจร่างกาย และในบางรายตรวจเลือดหรือตรวจเพิ่มเติม เพื่อหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องและแยกโรคอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน
💊ภาวะนี้ #รักษาและควบคุมอาการได้
🎯 เป้าหมายสำคัญคือ
“ลดความคัน ตัดวงจรการเกา และทำให้ผิวหนังกลับมาดีขึ้น”
การรักษาขึ้นกับความรุนแรงของแต่ละคน ตั้งแต่
✅ ยาทาลดการอักเสบ
✅ การฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุด
✅ ยาที่ช่วยลดอาการคันหรือความไวของปลายประสาท
✅ ยาปรับภูมิคุ้มกันในบางราย
✅ การฉายแสงอาทิตย์เทียม (Phototherapy)
✅ #ยาฉีดชีวโมเลกุล หรือ ซึ่งปัจจุบันมีการรักษาที่ออกฤทธิ์จำเพาะต่อกลไกของโรคมากขึ้น
🧴 สิ่งง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลผิวได้
✅ ใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่อ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม
✅ ทาครีมให้ความชุ่มชื้นทันทีหลังอาบน้ำ
✅ ตัดเล็บให้สั้น ลดการเกิดแผลและการติดเชื้อจากการเกา
✅ หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัดและสิ่งที่ระคายเคืองผิว
✅ ปิดหรือปกป้องบริเวณที่เผลอเกาซ้ำบ่อย ๆ
✅ รีบรักษาอาการคัน ไม่ปล่อยจนเข้าสู่วงจรคัน–เกาที่รุนแรงขึ้น
🩺โดยสรุป ตุ่มแข็งคันเรื้อรัง ไม่ใช่โรคติดต่อ และไม่ใช่เพียงเรื่องของ “การเกามากเกินไป” แต่เป็นโรคผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบและระบบประสาทรับความรู้สึกคัน
อาการคันที่รุนแรงอาจกระทบทั้งการนอน อารมณ์ และคุณภาพชีวิต แต่ปัจจุบันเรามีความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและมีทางเลือกในการรักษามากขึ้นกว่าเดิม 🤍
ถ้ามีตุ่มแข็ง คันเรื้อรัง จนรบกวนชีวิต เราไม่จำเป็นต้องทนคันไปเรื่อย ๆ
ด้วยความปรารถนาดี
รศ.พญ.เปรมจิต จันทองจีน
#โรคผิวหนัง #แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
06/08/2026
เพิ่งผ่านไปหมาด ๆ กับงานประชุมที่หมอได้มีส่วนร่วมค่อนข้างมาก คือทั้งจัดรายละเอียดงานประชุม และเป็นผู้นำเสนอ ผู้ดำเนินรายการด้วย คืองานส่วน Biologic Day
วันนี้สนุกมากๆ ได้เรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์แบ่งปันเคสที่น่าสนใจในกลุ่มหมอผิวหนัง ทำให้มั่นใจได้ว่าจะดูแลคนไข้ได้อย่างดียิ่งขึ้น 😊
05/08/2026
พรุ่งนี้จะมีงานประชุมวิชาการทางการแพทย์
จัดโดยวิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ปีนี้มี session พิเศษโดยเฉพาะเกี่ยวกับ #ยาฉีดชีวโมเลกุล (Biologic) ด้านผิวหนังทุกตัวที่มีใช้ในประเทศไทย ซึ่งหมอมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการจัดงานส่วนนี้โดยตรง
ได้เป็นผู้บรรยายวิชาการ (speaker) ในหลากหลายหัวข้อ ทั้ง
💊การใช้ยารับประทานในการรักษาฝ้า
💉ยาฉีดชีวโมเลกุลรักษาสะเก็ดเงิน
✅️ ในผู้ป่วยที่ซับซ้อน
✅️ ผลงานวิจัยใหม่ๆ
✅️ คุณสมบัติที่จำเพาะของยา
และเป็นผู้ดำเนินรายการ (moderator) ในหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น
📌การรักษาใหม่ๆ ในผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ
✨️การใช้ AI สำหรับการตลาดด้านความงาม
ถือเป็นโอกาสดีที่ตัวเองจะได้แบ่งปันประสบการณ์แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนแพทย์ผิวหนังทุกท่าน😊
24/07/2026
#แพ้ยารุนแรง
หมอถามทุกครั้ง "เคยแพ้ยาไหม"
คนไข้ตอบ "ไม่เคยแพ้ยา"
⚠️ ไม่ได้แปลว่า ได้ยาครั้งนี้จะไม่แพ้‼️
อาการแพ้ยารุนแรง
❌เกิดหลังได้เพิ่งได้ยา
✅เกิดหลังได้ยา 4 วัน ถึง 4 สัปดาห์
📌10 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับ " ( )”
🩺 1. SJS คืออะไร
Stevens–Johnson Syndrome (SJS) คือภาวะแพ้ยารุนแรงชนิดหนึ่ง ทำให้ผิวหนังและเยื่อบุ (ปาก ตา อวัยวะเพศ) อักเสบและหลุดลอก อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต #แพ้ยาถึงตายได้
📊 2. พบบ่อยแค่ไหน (Incidence)
ถือเป็นโรคที่ พบได้ค่อนข้างน้อย — ประมาณ 1–2 รายต่อประชากร 1 ล้านคนต่อปี แต่มีความรุนแรงสูง และอัตราเสียชีวิตอาจถึง 5–10% ใน SJS และสูงถึง 30% ใน TEN😱
💊 3. สาเหตุที่พบบ่อย
✅️ยาเป็นสาเหตุหลักของภาวะนี้ โดยยาที่พบบ่อยเช่น: ยากันชัก (Carbamazepine, Phenytoin, Lamotrigine), ยาปฏิชีวนะ, ยาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs, Allopurinol เป็นต้น
✅️การติดเชื้อ โดยเฉพาะในเด็ก เช่น Mycoplasma pneumoniae ก็อาจเป็นสาเหตุได้
⏱ 4. ระยะเวลาที่เกิดอาการหลังใช้ยา
มักเกิด ภายใน 4 วัน – 4 สัปดาห์หลังเริ่มยาตัวใหม่ ดังนั้นหากมีอาการผิดปกติในช่วงนี้ควรระวัง
☢️ 5. อาการเริ่มแรก
คล้ายไข้หวัด: มีไข้ ปวดเมื่อย เจ็บคอ ต่อมน้ำเหลืองโต จากนั้นเริ่มมีผื่นแดง แสบผิว และเจ็บในปากหรือตา
👁 6. สัญญาณเตือนสำคัญ
❗️ผื่นแดงหรือปื้นคล้ำที่เจ็บแสบ
❗️ตุ่มน้ำพอง ผิวหนังลอก
❗️แผลร้อนในในปาก ตาแดง เจ็บตา หรือแผลที่อวัยวะเพศ
⚠️หากมีอาการเหล่านี้หลังใช้ยาใหม่ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
📈 7. ระดับความรุนแรง
SJS: ผิวหนังลอก 30% ของพื้นที่ผิวร่างกาย
SJS/TEN overlap: อยู่ระหว่าง 10–30%
🏥 8. ทำไมถึงอันตราย
เพราะผิวหนังที่หลุดลอก
❗️เพิ่มโอกาสการติดเชื้อ
❗️สูญเสียน้ำและเกลือแร่
❗️อวัยวะภายใน เช่น ปอด ตับ ไต อาจถูกทำลายได้
🚑 9. การรักษา
✨️หยุดยาที่เป็นสาเหตุทันที
✨️รักษาในโรงพยาบาล (บางรายอาจต้อง ICU หรือ burn unit)
✨️ดูแลเสมือนผู้ป่วยไฟไหม้ รักษาประคับประคอง และอาจใช้ยากดภูมิในบางกรณี รวมถึงเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดได้
👨👩👧 10. สิ่งที่ควรทำเพื่อป้องกันและดูแลตัวเอง
❌️ห้ามกลับไปใช้ยาที่เคยแพ้ซ้ำอีก
✅️แจ้งแพทย์และพกบัตรแพ้ยา “Drug Allergy – SJS”
‼️ระวังอาการผิดปกติหลังเริ่มยาตัวใหม่ โดยเฉพาะใน 4 สัปดาห์แรก‼️
✅️ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มใช้ยา
---
🩺 แม้ SJS จะเป็นโรคที่พบได้น้อยถึงน้อยมาก แต่อาการรุนแรงและอันตรายถึงชีวิตได้ การรู้เท่าทันว่าอาจเกิดขึ้นภายใน 4 วัน – 4 สัปดาห์หลังใช้ยาใหม่ หรือจากการติดเชื้อบางชนิด และรีบพบแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติ จะช่วยให้การรักษาทันท่วงทีและลดความเสี่ยงได้อย่างมาก
ด้วยความปรารถนาดี
รศ.พญ.เปรมจิต จันทองจีน
#โรคผิวหนัง #แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง #หมอเปรมจิตรักษาผิวหนัง
08/07/2026
⚠️ “แค่แต้ม…ไฝก็ออกได้” อาจไม่ได้ง่ายและปลอดภัยอย่างที่โฆษณา
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หมอได้รับปรึกษาผู้ป่วย 2 รายที่มีแผลลักษณะคล้ายกันบนใบหน้า หลังใช้ผลิตภัณฑ์แต้มไฝที่สั่งซื้อจากแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยโฆษณาว่า
📢“เพียงแต้ม ไฝก็หลุดออกได้” 😨
ผู้ป่วยรายนี้เล่าว่า หลังแต้มผลิตภัณฑ์รู้สึกแสบและยุบยิบเล็กน้อย แต่เข้าใจว่าเป็นอาการปกติ จึงปล่อยผลิตภัณฑ์ไว้ข้ามคืนและเช็ดออกในตอนเช้า
จากลักษณะรอยโรค เข้าได้กับ ภาวะ #ผื่นระคายเคืองสัมผัส ผิวหนังอักเสบอย่างรุนแรง หรือ severe และอาจมี การติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน ร่วมด้วย 🦠
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอาจมีสารเคมีที่มีความเข้มข้นสูงหรือมีฤทธิ์กัดกร่อน ทำให้เกิดการทำลายผิวหนังคล้ายแผลไหม้จากสารเคมีได้ 🔥
ความเสียหายอาจไม่ได้หยุดอยู่เพียงผิวหนังชั้นหนังกำพร้า แต่สามารถลุกลามลงไปถึงชั้นหนังแท้ หรือในกรณีรุนแรงอาจลึกถึงชั้นไขมันใต้ผิวหนังได้ ส่งผลให้เกิด
🔸 แผลลึกและเนื้อเยื่อตาย
🔸 การติดเชื้อ
🔸 รอยดำหรือรอยแดงที่อยู่นาน
🔸 แผลเป็นถาวร
🔸 รูปร่างของใบหน้าผิดปกติ หากแผลมีความลึกมาก
การรักษาจึงต้องรีบควบคุมการอักเสบ ดูแลแผลอย่างเหมาะสม และพิจารณายาฆ่าเชื้อเมื่อสงสัยว่ามีการติดเชื้อร่วมด้วย 💊
นอกจากนี้ รอยที่เราคิดว่าเป็น “ไฝ” อาจไม่ใช่ไฝธรรมดาเสมอไป บางรอยโรคจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางผิวหนัง หรือส่งชิ้นเนื้อตรวจเพื่อแยกโรคผิวหนังชนิดอื่น รวมถึงมะเร็งผิวหนังด้วย 🔬
📌 หากใช้ผลิตภัณฑ์แล้วมีอาการแสบมาก ปวด บวม แดง มีตุ่มพอง แผลดำ หรือมีหนอง
✅ควรรีบล้างผลิตภัณฑ์ออกด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก หยุดใช้ทันที และพบแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรหาสารอื่นมาทาเพื่อ “ล้างฤทธิ์” หรือแก้ไขด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้ผิวหนังบาดเจ็บรุนแรงขึ้น
🚨ในปัจจุบันการซื้อขายสินค้าออนไลน์ทำได้ง่าย ทำให้มีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งมีทั้งได้มาตรฐานและไม่ถึงเกณฑ์มาตรฐาน หลายครั้งผู้ควบคุมก็อาจไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงได้
⭐ดังนั้น ผู้บริโภคเองก็ควรมีความตระหนักรู้ ตรวจสอบฉลาก ความน่าเชื่อถือ มาตรฐานรับรองให้ชัดเจนก่อนเสมอ เพื่อประโยชน์แก่ตนเอง
⚠️อย่าเสี่ยงให้คำโฆษณาเพียงไม่กี่คำ ทิ้งแผลเป็นไว้บนใบหน้าไปตลอดชีวิต
ด้วยความปรารถนาดี
รศ.พญ.เปรมจิต จันทองจีน
#โรคผิวหนัง #แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
หมายเหตุ ภาพเผยแพร่เพื่อให้ความรู้โดยได้รับอนุญาตจากผู้ป่วย และมีการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว
02/07/2026
#ลมพิษไม่เท่ากับแพ้เสมอไป 🌿
เวลามีผื่นนูนแดง คัน ๆ ขึ้นตามตัว หลายคนมักคิดทันทีว่า
“เราแพ้อะไรแน่ ๆ” 🤔
แต่ในทางผิวหนัง "ผื่นที่ดูคล้ายลมพิษ ไม่ได้เกิดจากการแพ้เสมอไป" และบางครั้งอาจเป็นภาวะที่ต้องมองหาสาเหตุหรือโรคร่วมอื่น ๆ ด้วย
โดยทั่วไป #ลมพิษธรรมดา มักมีลักษณะเป็นผื่นนูนแดง คัน ย้ายตำแหน่งได้ และแต่ละผื่นมักยุบภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่ทิ้งรอยช้ำหรือรอยคล้ำไว้
แต่ถ้าผื่นที่ดูเหมือนลมพิษมีลักษณะเหล่านี้ ควรระวังว่าอาจไม่ใช่ลมพิษธรรมดา ⚠️
🔸 ผื่นอยู่ตำแหน่งเดิมนานเกิน 24 ชั่วโมง
🔸 ผื่นมีอาการเจ็บหรือปวด มากกว่าคัน
🔸 ผื่นยุบแล้วทิ้งรอยช้ำ รอยม่วง หรือรอยคล้ำ
🔸 มีไข้ ปวดข้อ อ่อนเพลีย ปวดท้อง หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย
🔸 เป็นซ้ำบ่อย หรือไม่ค่อยตอบสนองต่อยาแก้แพ้ทั่วไป
ลักษณะเหล่านี้อาจพบได้ในภาวะที่เรียกว่า หรือ #ผื่นคล้ายลมพิษที่มีเส้นเลือดอักเสบร่วมด้วย
ภาวะนี้ไม่ใช่การแพ้ธรรมดา แต่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของหลอดเลือดขนาดเล็กในผิวหนัง จึงจำเป็นต้องประเมินอย่างละเอียดมากขึ้น 🧪
เมื่อพบผื่นคล้ายลมพิษที่มีเส้นเลือดอักเสบร่วมด้วย แพทย์อาจต้องมองหาปัจจัยร่วมอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อ ยาบางชนิด โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ โรคไทรอยด์ หรือความผิดปกติของระบบอื่นในร่างกาย
**จากเคสจริงที่พบในวันนี้**
👧ผู้ป่วยหญิงอายุ 25 ปี มาด้วยผื่นคล้ายลมพิษกระจายทั่วตัว เป็นมา 5 วัน
💉ก่อนหน้านี้เคยไปพบแพทย์ที่ห้องฉุกเฉิน ได้รับยาฉีดแล้วอาการดีขึ้นเพียงประมาณ 3 วัน แต่ผื่นที่ยุบลงกลับทิ้งรอยสีคล้ำจาง ๆ ไว้
🔥ต่อมามีผื่นเห่อเพิ่มขึ้น ผื่นแดง บวม เจ็บ และไม่จางหายไปเหมือนลมพิษทั่วไป ร่วมกับเริ่มมีไข้ต่ำ ๆ 🌡️
🫁เมื่อประเมินเพิ่มเติม พบความผิดปกติที่ปอด ซึ่งเข้าได้กับการติดเชื้อวัณโรคที่ปอด❗
ในเคสนี้ จึงเป็นตัวอย่างของ "ผื่นคล้ายลมพิษที่มีเส้นเลือดอักเสบร่วมด้วยและสัมพันธ์กับการติดเชื้อวัณโรคที่ปอด"
🩺ดังนั้น การรักษาลมพิษจึงไม่ใช่แค่การหาว่า
“แพ้อะไร?” เสมอไป
🔍แต่ต้องดูว่าผื่นมีลักษณะอย่างไร มีสัญญาณผิดปกติหรือไม่ และควรตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการอย่างไร
หากมีผื่นลมพิษที่รุนแรง ผื่นอยู่นานเกิน 24 ชั่วโมง ทิ้งรอยสีเข้ม มีอาการเจ็บ ปวดข้อ ไข้ หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อประเมินอย่างเหมาะสม
✨เพราะผื่นที่เหมือนลมพิษ
อาจไม่ใช่แค่ “แพ้” เสมอไป✨
ด้วยความปรารถนาดี
รศ.พญ.เปรมจิต จันทองจีน
#โรคผิวหนัง #แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง #ลมพิษ
25/06/2026
#ด่างขาว ( )
From Stigma to Strength
จากการตีตรา สู่ความแข็งแกร่งของจิตใจ
ในยุคแห่งความแตกต่าง และ #การยอมรับความหลากหลาย สีผิวที่ไม่สม่ำเสมอก็เป็นความแตกต่างรูปแบบหนึ่งที่อาจยากต่อการยอมรับทั้งสำหรับคนที่ได้รับปัญหานี้เองและคนรอบข้าง จนบางครั้งผู้เป็นโรคก็ถูกตีตรา
ด่างขาว (vitiligo) เป็นโรคผิวหนังที่
✴️มีการทำงานของเม็ดสีผิดปกติ
✴️ไม่ได้เป็นตั้งแต่เกิด
✴️พบได้ในทุกเพศ ทุกวัย
✴️ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน
✴️ไม่ติดต่อ
✴️กรณีที่เป็นกระจายทั่วร่างกาย อาจสัมพันธ์กับโรคอื่น เช่นธัยรอยด์ ภาวะซีด ผมร่วงเป็นหย่อม เป็นต้น
✴️รักษาได้ โดยจะตอบสนองการรักษาได้ดีเมื่อ
✅️รักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรก
✅️ตำแหน่งรอยขาวที่หน้า
✅️ไม่มีโรคทางระบบอื่นร่วมด้วย
✴️แม้ว่าโรคนี้จะมีผลต่อสีผิว รูปลักษณ์ภายนอกเป็นหลัก (cosmetic concerns) แต่กลับพบ #ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ( ) ของผู้ป่วยไม่น้อยไปกว่าโรคเรื้อรังอื่น ๆ เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยอมรับของคนใกล้ชิดก็มีผลอย่างมากต่อคนไข้
🔸️หมอเคยได้ทำการศึกษาเรื่อง #การตระหนักรู้ของโรคด่างขาวในคนทั่วไป และตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ พบว่า
❗️ไม่ถึงครึ่งของประชากรทั่วไปจะทราบว่าสีผิวที่ผิดปกตินี้คือโรคด่างขาว
❗️คนเอเชียมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้น้อยกว่าชนชาติอื่นๆ
❗️ความไม่รู้มีผลต่อทัศนคติต่อคนกลุ่มนี้ เช่น เลี่ยงการสัมผัส เลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกัน เลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์ เป็นต้น
🩺ความรู้ความเข้าใจในตัวโรคมีความจำเป็น ไม่ใช่แต่เฉพาะคนเป็นโรคเท่านั้น แต่รวมถึงคนทั่วไปด้วย เพื่อให้เปลี่ยนจากการโดนตีตราเป็นความแข็งแกร่งของจิตใจ ได้รับการยอมรับความแตกต่างและอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติ
ที่มา
🔸️Juntongjin et al; Knowledge and attitudes towards vitiligo in general population: a survey based on the simulation video of a real situation, Dermatologica Sinica 2018
🔸️Juntongjin et al; Awareness of vitiligo among multiethnic population, Journal of Cosmetic Dermatology 2022
รศ.พญ.เปรมจิต จันทองจีน
#วันด่างขาวโลก
#โรคผิวหนัง #แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
23/06/2026
👶🏻🧴 “ทามอยส์เจอร์ไรเซอร์ตั้งแต่เด็ก ช่วยป้องกันผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้" ✨
#ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบ หรือ เป็นโรคผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อย โดยพบได้ประมาณ 10–20% ของเด็กทั่วโลก 🌍
โรคนี้มักเริ่มตั้งแต่วัยทารกหรือวัยเด็ก และไม่ได้ส่งผลเฉพาะผิวหนังเท่านั้น แต่ยังอาจสัมพันธ์กับโรคร่วมอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น
🤧 โรคภูมิแพ้จมูกอักเสบ (Allergic rhinitis)
🫁 โรคหืด (Asthma)
🥚 โรคแพ้อาหาร (Food allergy)
👁️ เยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic conjunctivitis)
🦠 การติดเชื้อที่ผิวหนัง (Skin infection)
😟 ความวิตกกังวล หรือผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเด็กและครอบครัว
แล้วจะมีทาง “ป้องกัน” ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังในเด็กได้ไหม? 🤔
จากแนวทางเวชปฏิบัติล่าสุด พบว่า…
✅ #การทามอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างสม่ำเสมอ
ในเด็กเล็กที่มี “ความเสี่ยงสูง” ต่อการเกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เช่น มีประวัติโรคภูมิแพ้ในครอบครัว โดยเฉพาะในช่วงอายุไม่เกิน 2 ปี อาจช่วยลดโอกาสเกิดผื่นภูมิแพ้ผิวหนังได้ 🤩
แต่ข้อสำคัญคือ…
⚠️ คำแนะนำนี้เป็นคำแนะนำแบบ “มีแนวโน้มได้ประโยชน์” ไม่ใช่การรับประกันว่าจะป้องกันโรคได้ 100%
และประโยชน์นี้พบเด่นใน “เด็กกลุ่มเสี่ยง” 🚨
ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนจำเป็นต้องทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อป้องกันโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
ส่วนวิธีป้องกันอื่น ๆ เช่น
🏠 การหลีกเลี่ยงไรฝุ่น
🍽️ การเริ่ม/เลี่ยงอาหารบางชนิดเพื่อป้องกันผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง
🦠 การรับประทานโปรไบโอติก
☀️ การเสริมวิตามินดี
ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ หรือยังไม่พบประโยชน์ชัดเจนในการป้องกัน ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังโดยตรง
🩺โดยสรุป
✨ในเด็กกลุ่มเสี่ยงต่อผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง การดูแลผิวตั้งแต่เล็ก ด้วยการทามอยส์เจอร์ไรเซอร์อย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ อาจเป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดความเสี่ยงได้
ที่มา
Guidelines of care for the primary prevention of atopic dermatitis and awareness of comorbid conditions in pediatric atopic dermatitis จาก Journal of the American Academy of Dermatology 2026
รศ.พญ.เปรมจิต จันทองจีน
#โรคผิวหนัง #แพทย์เฉพาะทางผิวหนัง
คลิกที่นี่เพื่อรับประกาศแบบสปอนเซอร์ของคุณ
ที่อยู่
Bangkok
แจ้งเตือน
เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ DrPukSkintalk โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ
