Nesential

Nesential

แชร์

Natena ทางเลือกที่ช่วยปรับการทำงานของร่างกายกลับสู่สมดุล

08/05/2026

ใกล้ความเป็นจริงในการเข้าถึงการดูแลแทนแม่บ้านและผู้สูงวัยแล้วน้า

บริษัท 1X เดินหน้าผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ "NEO" อย่างเต็มรูปแบบในแคลิฟอร์เนีย เตรียมจัดส่งถึงบ้านผู้ใช้งานในปี 2026

วันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท 1X Technologies ได้ประกาศเริ่มต้นการผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่น "NEO" อย่างเต็มรูปแบบแล้วที่โรงงานแห่งใหม่ในเมืองเฮย์เวิร์ด (Hayward) รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

โดยหุ่นยนต์ NEO เป็นหุ่นยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานภายในบ้านเป็นหลัก และมีจุดเด่นคือสามารถทำงานได้อย่างเงียบ โดยมีระดับเสียงรบกวนที่เบากว่าตู้เย็นทั่วไปในปัจจุบัน

หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ถูกออกแบบโดยเน้นความปลอดภัยด้วยโครงสร้างแบบ Bio-inspired ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยเส้นเชือกแทนเฟืองเหล็ก ทำให้ร่างกายมีความนุ่มนวลและยืดหยุ่นสูง ตัวหุ่นมีความสูง 1.65 เมตร และมีน้ำหนักตัวเพียง 30 กิโลกรัม ซึ่งเบากว่าหุ่นยนต์คู่แข่งในระดับเดียวกันมาก แต่กลับมีประสิทธิภาพในการแบกรับน้ำหนัก (Payload) ได้สูงถึง 20 กิโลกรัม

ในด้านความเร็วการเดินหุ่นยนต์ NEO สามารถเดินได้ที่ 4 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งได้เร็วสูงสุดถึง 12 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมทำงานต่อเนื่องได้ 2-4 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยใช้ระบบ AI แบบ End-to-End ในการเรียนรู้และจัดการงานบ้านต่าง ๆ ได้อย่างชาญฉลาดและเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง

โรงงานผลิตแบบครบวงจรและเทคโนโลยีขั้นสูง

โรงงานแห่งใหม่นี้มีพื้นที่กว่า 58,000 ตารางฟุต หรือประมาณ 5,388.3 ตารางเมตร ซึ่งได้รับการออกแบบให้เป็น "Machine park" สำหรับเปลี่ยนวัตถุดิบให้กลายเป็นชิ้นส่วนเฉพาะทาง โดยแทนที่จะพึ่งพาการผลิตจากซัพพลายเออร์ทั่วโลกเหมือนโรงงานทั่วไป บริษัท 1X เลือกใช้ระบบปฏิบัติการ "Factory OS" แบบครบวงจร Vertically integrated เพื่อจัดการทุกขั้นตอนการผลิตแบบเรียลไทม์

ภายในโรงงานมีการใช้ระบบอัตโนมัติในการพันขดลวดทองแดงเพื่อสร้างมอเตอร์แบบคัสตอม และฮาร์ดแวร์ของหุ่นยนต์จะต้องผ่านการทดสอบความทนทานอย่างหนักมากกว่า 20 ล้านรอบ
กระบวนการผลิตถูกแบ่งออกเป็นโซนเฉพาะทางหลายส่วน ได้แก่

1. การประกอบข้อต่อและแขนขา โดยเป็นส่วนที่มีการสร้างแอคทูเอเตอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกคล้ายเส้นเอ็นและโครงสร้างแขนขาลดแรงกระแทกแบบ 3D-lattice

3. การประกอบขั้นตอนสุดท้าย คือ หุ่นยนต์จะลุกขึ้นยืนเป็นครั้งแรกและได้รับการสวมชุด "knit suits" ทำจากไนลอนที่สามารถถอดซักเครื่องได้ โดยมีให้เลือก 3 สี คือ สีแทน สีเทา และสีน้ำตาลเข้ม

4. ห้องปฏิบัติการความน่าเชื่อถือ (The reliability lab) ซึ่งเป็นพื้นที่พิเศษที่เน้น "พังสิ่งของให้เร็วที่สุด" เพื่อหาข้อบกพร่องและแก้ไขก่อนที่หุ่นยนต์จะส่งถึงมือผู้บริโภค

ขุมพลัง AI และความร่วมมือกับบริษัท NVIDIA ในขณะนี้ หุ่นยนต์ NEO รุ่นแรกๆ ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริงในสายการผลิตแล้ว โดยทำหน้าที่ช่วยงานลอจิสติกส์ภายในและจัดเก็บชิ้นส่วน

นอกจากจะช่วยงานด้านแรงงานแล้ว หุ่นยนต์เหล่านี้ยังคอยเก็บข้อมูลจากโลกความเป็นจริงเพื่อนำไปพัฒนาสมองกล NEO Cortex ให้มีความฉลาดมากยิ่งขึ้น

โดยระบบสมองกลนี้ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม NVIDIA Jetson Thor ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงในการประมวลผล AI แบบเรียลไทม์ และใช้แพลตฟอร์ม NVIDIA Isaac เป็นพื้นที่สำหรับการฝึกฝนและจำลองการทำงานของหุ่นยนต์ เพื่อความปลอดภัยในการทำงานร่วมกับมนุษย์

กระแสตอบรับล้นหลาม

บริษัทเตรียมจัดส่งจริงปี 2026 เบิร์นท์ บอร์นิช (Bernt Børnich) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ 1X ได้กล่าวว่า "การเปิดโรงงานครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าอนาคตของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังถูกสร้างขึ้นในสหรัฐอเมริกา และผู้บริโภคชาวอเมริกันจะเป็นกลุ่มแรกของโลกที่ได้ต้อนรับ NEO เข้าสู่บ้าน"

ทั้งนี้ ยอดการผลิตสำหรับปีแรกได้ถูกสั่งจองล่วงหน้าจนหมดเกลี้ยงภายในเวลาเพียง 5 วัน หลังจากการเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ปัจจุบัน สายการผลิตในโรงงานที่เฮย์เวิร์ดกำลังมุ่งเน้นไปที่การผลิตเพื่อป้อนเข้าสู่แผนกวิจัยและพัฒนา รวมถึงการทดสอบการใช้งานจริงในบ้านเป็นการภายใน โดยมีกำหนดการจัดส่งหุ่นยนต์ NEO ให้กับผู้บริโภคในประเทศภายในปี 2026

ที่มาของข้อมูล 1X Technologies, The robot report
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand

#หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์

10/10/2025

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า Digital Twin (แฝดดิจิทัล) จากวงการอุตสาหกรรม — ที่ใช้จำลองโรงงานหรือเครื่องจักร เพื่อคาดการณ์ปัญหาก่อนมันจะเกิด
แต่ตอนนี้…เทคโนโลยีนี้ได้ “ขยับเข้ามาอยู่ในวงการแพทย์” แล้ว
และอาจกลายเป็น “ผู้ช่วยส่วนตัว” ในการดูแลสุขภาพของเราทุกคน

💡 Digital Twin คืออะไร (แบบเข้าใจง่าย)

ลองจินตนาการว่ามี “ตัวเราอีกคนหนึ่ง” อยู่ในโลกดิจิทัล — ตัวนั้นเก็บข้อมูลทุกอย่างจากเรา ไม่ว่าจะเป็น
• ผลตรวจสุขภาพ (เลือด, น้ำตาล, ความดัน, ค่าตับ ไต ฯลฯ)
• ข้อมูลจาก Smartwatch เช่น การนอน, การเต้นหัวใจ, การเคลื่อนไหว
• พฤติกรรมประจำวัน เช่น การกิน การนั่งทำงาน การออกกำลัง
• และปัจจัยสิ่งแวดล้อม เช่น อากาศ, ความเครียด, เวลาในชีวิตที่นอนน้อย

ข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกเชื่อมต่อและอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
ระบบ AI จะ “จำลอง” การทำงานของร่างกายเรา เพื่อช่วยแพทย์และเจ้าของร่างกาย “เห็นล่วงหน้า” ว่าถ้าเรายังใช้ชีวิตแบบนี้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต

หรือพูดง่าย ๆ คือ “จำลองร่างเราในอนาคต…โดยไม่ต้องรอให้ป่ว

🧭 กรอบคิด: วิธีใช้แฝดดิจิทัลในชีวิตจริง

1️⃣ ใช้เพื่อคาดการณ์ก่อนไปหาหมอ

ในอนาคต เราอาจไม่ต้องรอให้ “มีอาการ” ก่อนถึงจะไปโรงพยาบาล
เพราะแฝดดิจิทัลจะวิเคราะห์แนวโน้ม เช่น
• ภาวะเสี่ยงเบาหวานจากรูปแบบอาหารและการนอน
• ความดันที่ขึ้นตามรอบความเครียด
• แนวโน้มหลอดเลือดแข็งจากการกินโซเดียมและนั่งนาน

ตัวอย่างจาก Mayo Clinic Platform (2024) รายงานว่า การสร้าง “personalized digital twin” สามารถช่วยแพทย์วิเคราะห์แนวโน้มโรคหัวใจและเบาหวานได้แม่นยำกว่าการดูค่าเฉลี่ยแบบเดิม และอาจช่วยคัดกรองโรคล่วงหน้าได้เร็วกว่าถึง 3–5 ปี

2️⃣ ใช้ “ทดลอง” แผนอาหารหรือการออกกำลังกายก่อนทำจริง

หลายคนอาจเคยลองลดคาร์บ ออกกำลังหนัก หรือลองกินวิตามินตามเทรนด์
แต่ผลลัพธ์กลับไม่เหมือนในรีวิว…

Digital Twin จะช่วย “จำลองล่วงหน้า” ได้ว่า
• ถ้าเราปรับอาหารแบบนี้ ค่าน้ำตาลจะเปลี่ยนอย่างไร
• ถ้าออกกำลังกายเพิ่ม 30 นาที/วัน จะส่งผลต่อความดันและการนอนยังไง
• ถ้าใช้ยาเสริมบางชนิด มีผลข้างเคียงต่อระบบตับหรือไตหรือไม่

งานของ Twin Health (2023–2025) ที่ใช้ “Whole-Body Digital Twin” กับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 พบว่า
ผู้ป่วยสามารถลดการใช้ยาได้ถึง 50% และควบคุมน้ำตาล (HbA1c) ลดลงเฉลี่ย 1.3 จุด ภายใน 12 เดือน

นี่คือการใช้ “ข้อมูลของตัวเราเอง” จำลองผลก่อนทดลองจริง
ช่วยให้การดูแลสุขภาพไม่ใช่การลองผิดลองถูก

3️⃣ ใช้ติดตามแนวโน้มสุขภาพระยะยาว (Longitudinal Health View)

สุขภาพไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนในวันเดียว
แต่คือ “เส้นกราฟยาวหลายปี” ที่ค่อย ๆ สะสมผลจากการกิน นอน ทำงาน และความเครียด

Digital Twin จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมแบบ 360° ว่า
• อวัยวะต่าง ๆ ของเราทำงานสมดุลไหม
• แนวโน้มการเสื่อมของระบบต่าง ๆ เป็นไปในทิศทางไหน
• พฤติกรรมใดส่งผลลบสะสม และพฤติกรรมใดช่วยชะลอวัย

โครงการ European Digital Twin Initiative (EDITH, EU, 2024) ระบุว่า แฝดดิจิทัลสามารถ “จำลองทั้งร่างกาย” เพื่อศึกษากระบวนการเสื่อมตามอายุในแต่ละระบบ เช่น หัวใจ สมอง เมตาบอลิซึม และระบบภูมิคุ้มกัน — ซึ่งจะเป็นก้าวแรกของแนวคิด “Personalized Longevity” หรือ “การยืดอายุแบบเฉพาะบุคคล”

🌱 แล้วเราจะเริ่มต้นอย่างไรได้บ้าง?

คุณไม่จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีซับซ้อนเพื่อเริ่ม
เพียงเริ่มจากการ “สร้างฐานข้อมูลสุขภาพของตัวเอง”
เช่น
• เก็บผลตรวจเลือดทุกปีในรูปดิจิทัล
• ใช้นาฬิกาอัจฉริยะ / แอปสุขภาพเก็บข้อมูลการนอน การเดิน และอัตราการเต้นหัวใจ
• บันทึกอาหาร / พฤติกรรมการใช้ชีวิต
• ตรวจสอบสิทธิ์และความปลอดภัยของข้อมูล (ตาม PDPA / GDPR)

เมื่อมีข้อมูลครบ “ร่างดิจิทัลของคุณ” จะเริ่มเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ
และในอนาคตอันใกล้ ระบบเหล่านี้จะเรียนรู้พฤติกรรมคุณมากขึ้นจนสามารถให้คำแนะนำเฉพาะตัว
เช่น

“ถ้าคุณนอนก่อน 23:00 ทุกวัน ความเสี่ยงดื้ออินซูลินจะลดลง 18% ภายใน 6 เดือน”

แฝดดิจิทัลจะไม่มาแทนหมอ
แต่มันจะกลายเป็น “เครื่องมือเสริมพลัง” ให้ทั้งหมอและคนไข้เข้าใจตัวเองลึกขึ้น และออกแบบชีวิตให้ “ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ” มากกว่าที่เคยเป็น
#เพราะการป้องกันดี

10/10/2025

รู้หรือไม่?

◉ PLASTIC WASTE: พบไมโครพลาสติกในกระดูกมนุษย์ อนุภาคจากเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และบรรจุภัณฑ์ที่ปนเปื้อนอาหาร น้ำ อากาศ เลือด สมอง และน้ำนมแม่ ตอนนี้ถูกตรวจพบในกระดูกด้วย

โลกผลิตพลาสติกกว่า 400 ล้านตันต่อปี กระจายตั้งแต่ก้นมหาสมุทรจนถึงชั้นบรรยากาศ งานวิจัยเริ่มชี้ว่าอนุภาคจิ๋วเหล่านี้สามารถซึมลึกถึงเนื้อเยื่อกระดูก เช่น ไขกระดูก และรบกวนกระบวนการเผาผลาญ

งานใหม่ในวารสาร Osteoporosis International วิเคราะห์รายงานกว่า 60 ฉบับ พบว่าไมโครพลาสติกมีผลเสียต่อกระดูกหลายด้าน โดยเฉพาะการลดการทำงานของเซลล์ต้นกำเนิดไขกระดูก และกระตุ้นการทำงานของออสทีโอคลาสต์ (เซลล์สลายกระดูก) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้กระดูกเสื่อมเร็วและเปราะบาง

Oliveira จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐ Campinas อธิบายว่า มีรายงานพบภาวะ “ดิสเพลเซีย” หรือความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกที่อาจนำไปสู่โรคกระดูกอ่อนแอและกระดูกหักจากพยาธิสภาพ “ผลกระทบเชิงลบเหล่านี้น่าเป็นห่วง เพราะโครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตหยุดเจริญเติบโตแบบชะงัก” เขากล่าว

แม้ยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติม แต่ข้อมูลปัจจุบันบ่งชี้ว่าไมโครพลาสติกในเลือดอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกระดูกที่รุนแรงขึ้น ถือเป็น “เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ” ในเชิงทฤษฎี

ขณะเดียวกัน มูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติระบุว่า ความชุกของภาวะกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนจะเพิ่มขึ้น 32% ภายในปี 2050 จากสังคมสูงวัย การป้องกันผ่านการออกกำลังกาย อาหารสมดุล และการรักษายังสำคัญ แต่การวิจัยเรื่องพลาสติกอาจเปิดมุมใหม่ว่ามลพิษสิ่งแวดล้อมก็เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพกระดูกด้วย

#newsupdate #plasticwaste #consumptionandwaste
#microplastic #bone 10/10/2025

🧐🥺

◉ PLASTIC WASTE: พบไมโครพลาสติกในกระดูกมนุษย์ อนุภาคจากเสื้อผ้า เฟอร์นิเจอร์ และบรรจุภัณฑ์ที่ปนเปื้อนอาหาร น้ำ อากาศ เลือด สมอง และน้ำนมแม่ ตอนนี้ถูกตรวจพบในกระดูกด้วย โลกผลิตพลาสติกกว่า 400 ล้านตันต่อปี กระจายตั้งแต่ก้นมหาสมุทรจนถึงชั้นบรรยากาศ งานวิจัยเริ่มชี้ว่าอนุภาคจิ๋วเหล่านี้สามารถซึมลึกถึงเนื้อเยื่อกระดูก เช่น ไขกระดูก และรบกวนกระบวนการเผาผลาญ งานใหม่ในวารสาร Osteoporosis International วิเคราะห์รายงานกว่า 60 ฉบับ พบว่าไมโครพลาสติกมีผลเสียต่อกระดูกหลายด้าน โดยเฉพาะการลดการทำงานของเซลล์ต้นกำเนิดไขกระดูก และกระตุ้นการทำงานของออสทีโอคลาสต์ (เซลล์สลายกระดูก) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้กระดูกเสื่อมเร็วและเปราะบาง Oliveira จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐ Campinas อธิบายว่า มีรายงานพบภาวะ “ดิสเพลเซีย” หรือความผิดปกติของโครงสร้างกระดูกที่อาจนำไปสู่โรคกระดูกอ่อนแอและกระดูกหักจากพยาธิสภาพ “ผลกระทบเชิงลบเหล่านี้น่าเป็นห่วง เพราะโครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตหยุดเจริญเติบโตแบบชะงัก” เขากล่าว แม้ยังต้องการหลักฐานเพิ่มเติม แต่ข้อมูลปัจจุบันบ่งชี้ว่าไมโครพลาสติกในเลือดอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคกระดูกที่รุนแรงขึ้น ถือเป็น “เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ” ในเชิงทฤษฎี ขณะเดียวกัน มูลนิธิโรคกระดูกพรุนนานาชาติระบุว่า ความชุกของภาวะกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุนจะเพิ่มขึ้น 32% ภายในปี 2050 จากสังคมสูงวัย การป้องกันผ่านการออกกำลังกาย อาหารสมดุล และการรักษายังสำคัญ แต่การวิจัยเรื่องพลาสติกอาจเปิดมุมใหม่ว่ามลพิษสิ่งแวดล้อมก็เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อสุขภาพกระดูกด้วย #newsupdate #plasticwaste #consumptionandwaste #microplastic #bone

18/09/2025

🎉☺️ยินดีกับความสำเร็จในครั้งนี้นะคะ

คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ ทำสำเร็จ! รักษาผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจพัลโมนิกรั่วผ่านทางสายสวนหัวใจ โดยไม่ต้องผ่าตัด เป็นรายแรกของภาคเหนือ
การใส่ลิ้นหัวใจพัลโมนิกเทียมผ่านสายสวนหัวใจ (Transcatheter pulmonary valve implantation; TPRI ) ในครั้งนี้ ทำผ่านทางหลอดเลือดดำใหญ่ บริเวณขาหนีบ จึงไม่ต้องผ่าตัดเปิดทรวงอก โดยกระบวนการรักษาและพักฟื้นผ่านไปได้ด้วยดี ไม่พบภาวะแทรกซ้อน ผู้ป่วยสามารถออกจากโรงพยาบาล 2 วันภายหลังการรักษา นับเป็นหนึ่งในความก้าวหน้าของนวัตกรรมการแพทย์เพื่อใช้รักษา ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่างๆ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้
อ่านต่อใต้โพสต์ค่ะ
#ผ่าตัด #ลิ้นหัวใจรั่ว #โรคหัวใจ #สุขภาพดี ่อง16

Vantive นวัตกรรมล้างไตที่บ้านให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตยืดหยุ่นขึ้นภายใต้การติดตามของแพทย์ 23/07/2025

🩺 เพราะการดูแลสุขภาพไม่ควรมีข้อจำกัด

รู้หรือไม่ว่า…ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้ายวันนี้ “ไม่จำเป็นต้องไปล้างไตที่โรงพยาบาล” เสมอไปอีกแล้ว

Vantive นวัตกรรมล้างไตที่บ้านให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตยืดหยุ่นขึ้นภายใต้การติดตามของแพทย์ Vantive นวัตกรรมล้างไตทางช่องท้องอัตโนมัติที่ให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตยืดหยุ่นขึ้น ภายใต้การติดตามของแพทย์ ไปจนถึ.....

15/07/2025

วิวัฒนาการที่ล้ำหน้าในยุค AI
อายุขัยของคนยุคจากนี้ไปคงยาวขึ้นอีก....

รักษาสุขภาพกันยาวๆนะคะ

เผื่อใครยังไม่เห็นข่าวนี้
หรือเห็นแล้วแต่ยังไม่ได้คิดอะไรต่อ
สัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวหนึ่งที่ผมว่ามันคือการเปลี่ยนแปลงที่ดังที่สุดในวงการแพทย์และเทคโนโลยี!
ผมกำลังพูดถึงข่าวที่ศัลยแพทย์ในอเมริกา สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่
ด้วยการ "ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ" ได้สำเร็จ
โดยที่ไม่มีแผลบนหน้าอกแม้แต่เซนเดียว!
ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิด
ไม่ได้เลื่อยกระดูก ไม่ได้แหวกกลางอกเหมือนในหนัง
แต่ใช้ "หุ่นยนต์" ที่แม่นยำกว่ามนุษย์ เจาะรูเล็กๆ ที่หน้าท้อง แล้วเข้าไปเปลี่ยนอวัยวะที่สำคัญที่สุดในร่างกาย
การผ่าตัดครั้งประวัติศาสตร์นี้เกิดขึ้นที่ศูนย์การแพทย์เบย์เลอร์ เซนต์ลู้คส์ (Baylor St. Luke’s Medical Center)
ในเมืองฮิวสตัน โดยผู้ป่วยเป็นชายวัย 45 ปีที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว
ได้รับการปลูกถ่ายหัวใจจากผู้บริจาคผ่านแผลขนาดเล็กบริเวณช่องท้อง
โดยไม่มีการตัดกระดูกสันอกหรือการผ่าตัดเปิดหน้าอกแต่อย่างใด
ทีมแพทย์ใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่มีความแม่นยำสูงในการเข้าถึงและเปลี่ยนหัวใจผ่านช่องว่างก่อนเยื่อบุช่องท้อง (preperitoneal space)
ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวด ความเสี่ยงในการติดเชื้อ และลดระยะเวลาพักฟื้นลงได้อย่างมาก
ผลลัพธ์คือ ผู้ป่วยฟื้นตัวได้อย่างราบรื่นและสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ภายในหนึ่งเดือน!
นวัตกรรมนี้ นำโดยนายแพทย์เคนเนธ เหลียว (Dr. Kenneth Liao) อาจพลิกโฉมอนาคตของการปลูกถ่ายหัวใจไปตลอดกาล
นอกจากหัวใจแล้ว คุณอยากให้อวัยวะส่วนไหน 'ผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายแบบไร้แผล' ได้เป็นลำดับต่อไป
"อ้างอิง: Baylor College of Medicine"
#ประวัติศาสตร์การแพทย์ #ผ่าตัดหัวใจไร้แผล #นวัตกรรมทางการแพทย์ #หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

Photos from โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย's post 22/01/2025

ข่าวดีค่ะ… ใครที่กังวลว่าผู้ใหญ่ที่บ้านมีอาการคล้าย หรือจะเป็นโรคพาร์กินสันไหม? สภากาชาดไทยออกแถลงข่าวแล้วค่ะ
👏😊

31/12/2024

สวัสดีปีใหม่ 2025 จากทีมงาน Nesential 🎉🎉😊

ขอให้ปีหน้านี้เต็มไปด้วยความอบอุ่น ความรัก และสุขภาพที่ดีในบ้านของคุณ ให้เราใช้โอกาสในปีนี้ในแสุขเนื้อหาเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายและจิตใจ สร้างช่วงเวลาที่มีค่า และความทรงจำที่ดีร่วมกับครอบครัวและเพื่อนๆ

ขอให้ปีนี้เป็นปีแห่งการมีสุขภาพที่ดีและการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะคะ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10250