never-age.com

never-age.com

แชร์

สุขภาพดี ไม่ใช้เรื่องยากอีกต่อไป ติดตามข่าวสาร และวิธีการดูแลตัวเองแบบง่าย ๆ ได้ที่นี่ อายุวัฒนะแค่คลิกเดียว never-age.com

15/06/2026

#ยาชุดปีศาจ

น่ากลัวมาก !! ยาชุดปีศาจ !!!!

😈

ปัญหาเรื่องยาปรึกษาทนาย เอ้ย ! ปรึกษาเภสัชดีกว่านะคะ
🤝 ตาไว รู้ทันภัยสุขภาพ
#ยาชุดอันตราย #ตาไวรู้ทันภัยสุขภาพ #ทนายปีศาจ

10/06/2026

#ยกเลิกกัญชาเสรี #ยกเลิกน้ำกระท่อมเสรี

28/05/2026

#โควิด

สิงคโปร์เผยยอดติดเชื้อ 'โควิด-19' รายสัปดาห์ พุ่งแตะ 12,700 ราย

อ่านข่าวในคอมเมนต์

#โควิด19 #สิงคโปร์ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวสวพ91

26/05/2026

#ไข้เลือดออก

เข้าหน้าฝน ต้องระวังไข้เลือดออก🦟

#52ปี #กรุงเทพเมืองสุขภาพดีเชื่อมั่นสำนักการแพทย์
#สำนักการแพทย์ #กรุงเทพมหานคร
#หมอกทม #สุขภาพดี #ประหยัดพลังงาน
--------------------------------------
สามารถติดตามข่าวสารต่างๆได้ที่
FB / IG / X / TikTok / Youtube : สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร
LINE Square : ศูนย์ข้อมูลข่าวสารสุขภาพ MIL Center
Hotline 1646 : สายด่วนสุขภาพ สำนักการแพทย์ กทม.
E-Book สำนักการแพทย์ : https://anyflip.com/bookcase/kgnpc
Application : หมอ กทม. : https://bmadoctor.msdbangkok.go.th/app/bma

24/05/2026

‘ไทย’ พบโควิด 19 สายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลัก มีความสามารถแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น-หลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น เผย แนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต และไม่พบการระบาดเป็นกลุ่มก้อน

วันที่ 24 พ.ค.69 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยสายพันธุ์โรคโควิด 19 ในช่วงปีที่ผ่านมา คือสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธ์หลัก แต่ยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดการกระจายของโรคอย่างรวดเร็วหรือโรครุนแรงมากขึ้น

สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทย พบแนวโน้มเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต และไม่พบเหตุการณ์การระบาดเป็นกลุ่มก้อน พร้อมเน้นย้ำประชาชนเฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเด็กเล็ก และกลุ่มเสี่ยง 608 หากจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนหมู่มากหรือแออัด ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา และล้างมือบ่อย ๆ หากมีอาการป่วยให้รีบไปพบแพทย์

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงข้อมูลจาก Communicable Diseases Agency Singapore ณ วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ระบุถึงสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด 19 โดยระบุว่า ระหว่างวันที่ 10 – 16 พฤษภาคม 2569 พบผู้ติดเชื้อ 12,700 ราย เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนที่พบประมาณ 8,000 ราย ผู้ป่วยนอนโรงพยาบาลเฉลี่ยต่อวันเพิ่มจาก 56 ราย เป็น 73 ราย ผู้ป่วย ICU เฉลี่ยประมาณ 1 รายต่อวัน โดยสายพันธุ์ที่ระบาดสายพันธุ์หลักคือ NB.1.8.1 พบมากกว่าครึ่งของผู้ป่วยที่ตรวจพบในประเทศ

สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย ปี 2569 ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค (DDS) ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 พบผู้ป่วยโควิด 19 สะสม 3,642 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 30 – 35 ปี รองลงมาเป็น 60 ปีขึ้นไป และอายุ 20 – 29 ปี ตามลำดับ ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบการรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นแต่ยังคงต่ำกว่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง

สำหรับสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย ข้อมูลจากสถาบันวิจัยสาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 – 23 เมษายน 2569 พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักที่มีการระบาดในประเทศไทย คิดเป็น 50.95% จากตัวอย่างที่ตรวจพบ JN.1 (24.97%), XEC (9.14%)

“ปี 2568 พบว่า จำนวนผู้ป่วยและการระบาดเป็นกลุ่มก้อนเพิ่มสูงในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน และจากการเฝ้าระวังสายพันธุ์เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ในประเทศไทย พบสายพันธุ์ NB.1.8.1 เป็นสายพันธุ์หลักในการแพร่ระบาดในช่วงเวลาเดียวกัน สายพันธุ์ NB.1.8.1 พบการกลายพันธุ์ในตำแหน่งโปรตีนหนามหลายจุดที่เพิ่มเติมจากสายพันธุ์ JN.1 ทำให้มีความสามารถในการแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น และหลบภูมิคุ้มกันได้ดีขึ้น แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงมากขึ้น”

นายแพทย์ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ในประเทศไทยโรคโควิด 19 เป็นโรคประจำถิ่นหรือโรคติดต่อตามฤดูกาล แม้ว่าความรุนแรงของโรค และแนวโน้มการแพร่ระบาดลดลง แต่ยังต้องรักษามาตรการที่สำคัญ เน้นมาตรการทางสังคมที่สมดุลกับชีวิตวิถีใหม่ เน้นย้ำการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด โดยเน้นรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล ดังนี้ 1) ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ ก่อนรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม หลังเข้าห้องน้ำ หรือหลังสัมผัสบริเวณที่มีการสัมผัสร่วมกันจำนวนมาก เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได เป็นต้น 2) เมื่อไอ/จามต้องปิดปากปิดจมูกด้วยผ้าหรือทิชชู ทุกครั้ง 3) หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ที่มีคนหมู่มากหรือแออัด หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา 4) หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดผู้มีอาการป่วยระบบทางเดินหายใจ เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งหากป่วยอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้ 5) หากมีอาการสงสัยป่วย เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก ควรตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วย ATK และหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว เพื่อไม่เป็นการนำเชื้อกลับไปติดกลุ่มเสี่ยงที่บ้าน หากผลเป็นบวกให้รีบไปพบแพทย์ ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

22/05/2026

#สมาธิสั้น

🧠 สมาธิสั้น ไม่ใช่แค่ "นิสัยขี้เกียจ" แต่เป็นเรื่องของ "สมอง" ที่ต่างออกไป

เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมบางคนถึงวอกแวกง่าย นั่งนิ่งๆ ไม่ได้ หรือชอบผัดวันประกันพรุ่งบ่อยๆ? หลายคนมักมองว่าคนกลุ่มนี้ "ขาดความวินัย" หรือ "ขี้เกียจ"
แต่คือโรคสมาธิสั้น (ADHD)

มาเข้าใจกันว่า ข้างในสมองนั้นเกิดอะไทำไมพวกเขาถึงควบคุมตัวเองได้ยากกว่าคนอื่น

# # 🩻 3 จุดเปลี่ยนในสมองของ ADHD
ถ้าเราเปิดภาพสแกนสมองดู จะพบความแตกต่างหลักๆ อยู่ 3 ส่วนสำคัญครับ:

1. สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ทำงานช้าลง
สมองส่วนนี้เปรียบเสมือน "ผู้บริหารใหญ่" ของร่างกาย มีหน้าที่วางแผน จัดระเบียบ ยับยั้งชั่งใจ และจดจ่อ แต่ในคนที่เป็นสมาธิสั้น เลือดจะไหลเวียนไปเลี้ยงส่วนนี้น้อยกว่าปกติ ทำให้ระบบการคิดและควบคุมตัวเองทำงานได้ไม่เต็มที่

2. สารเคมีในสมอง "โดปามีน" ต่ำกว่าปกติ
โดปามีน (Dopamine) คือสารแห่งความสุขและแรงจูงใจ เมื่อคนทั่วไปทำงานสำเร็จ สมองจะหลั่งสารนี้ออกมาทำให้รู้สึกฟิน แต่คนเป็น ADHD จะมีสารนี้ต่ำมาก สมองของพวกเขาจึงต้องวิ่งวุ่นหา "สิ่งเร้าใหม่ๆ" ตลอดเวลา เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว

3. การส่งสัญญาณ (Frontostriatal) ติดขัด
สมองเรามีเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างการคิดและการเคลื่อนไหว เมื่อเส้นทางนี้ส่งสัญญาณหากันได้ไม่ดี ผลที่ตามมาคือ อาการหุนหันพลันแล่น คิดปุ๊บทำปั๊บ หรือขยับตัวยุกยิกอยู่ตลอดเวลาเพื่อกระตุ้นสมอง

# # 🧩 3 อาการหลักที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิด
จากความผิดปกติทางชีววิทยาข้างต้น จึงหล่อหลอมออกมาเป็นพฤติกรรม 3 แบบที่เราเห็นกันบ่อยๆ:

* Inattention (หลุดโฟกัสง่าย): วอกแวกเก่ง ลืมเก่ง เพราะสมองส่วนหน้ากรองสิ่งรบกวนรอบตัวไม่ได้
* Hyperactivity (ซน ไม่อยู่นิ่ง): ต้องขยับร่างกาย ขยับนิ้ว หรือเดินไปมา เพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้สมองตื่นตัว
* Impulsivity (หุนหันพลันแล่น): รอคอยไม่เป็น พูดแทรก เพราะเบรกในสมองส่วนหน้าทำงานไม่ทัน

# # 💡 เปลี่ยนความเข้าใจ = เปลี่ยนชีวิต

การเข้าใจกลไกทางประสาทวิทยาทำให้เราตระหนักได้ว่า "สมาธิสั้นไม่ใช่โรคทางจิตใจ แต่เป็นโรคทางชีววิทยา" การบอกให้พวกเขา 'พยายามมากกว่านี้' หรือ 'ตั้งใจหน่อย' จึงอาจไม่ช่วยอะไร เพราะมันเหมือนกับการบอกคนสายตาสั้นให้พยายามมองให้ชัดขึ้นโดยไม่ให้แว่นตา

ปัจจุบันเราสามารถช่วยสมองกลุ่มนี้ได้ผ่านการปรับพฤติกรรม การจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อลดสิ่งเร้า และการใช้ยาที่ช่วยเพิ่มสารโดปามีนให้สมดุล ซึ่งช่วยให้พวกเขากลับมาใช้ชีวิตและดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ให้ออกมาได้อย่างเต็มที่ครับ 🚀

22/05/2026

#ทำหมันสุนัขฟรี #ทำหมันแมวฟรี

สัตวแพทย์เกษตรอาสา ทำหมันสุนัข-แมวฟรี

เปิดรับลงทะเบียนเข้าโครงการ ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ถึง 18 ธันวาคม 2569

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม 027971900 ต่อ 9
ช่วงเวลาติดต่อ 08.30 - 19.30 น.

20/05/2026

#ยกเลิกกัญชาเสรี

20/05/2026

#ตับพัง

เวลาพูดถึง “ตับพัง” หลายคนจะนึกถึงแอลกอฮอล์ก่อนเลยครับ จนบางคนมั่นใจมากว่า “ผมไม่ดื่มนะ ตับไม่น่ามีปัญหา” แต่จริง ๆ ทุกวันนี้ คนที่ไม่ดื่มแอลก็เป็นไขมันพอกตับ ตับอักเสบ หรือค่าตับสูงได้เยอะมากครับ และหลายครั้งต้นเหตุมาจาก “น้ำตาลกับพฤติกรรมชีวิต” มากกว่าเหล้าด้วยซ้ำ ที่น่ากลัวคือช่วงแรกแทบไม่มีอาการอะไรเลย รู้ตัวอีกที บางคนเริ่มมีพังผืดหรือไขมันพอกตับไปแล้วครับ

1️⃣ น้ำหวานและแป้งขัดขาว ตัวเร่งไขมันพอกตับ
เวลาร่างกายได้รับน้ำตาลเกินใช้ โดยเฉพาะน้ำเชื่อมฟรุกโตสจากน้ำหวาน ชานม น้ำอัดลม หรือขนมหวาน ตับจะเปลี่ยนส่วนเกินให้กลายเป็นไขมันครับ พอสะสมเรื่อย ๆ ก็กลายเป็น “ไขมันพอกตับ” ได้ งานวิจัยพบว่า คนที่ดื่มน้ำหวานเป็นประจำ มีความเสี่ยงไขมันพอกตับสูงขึ้น แม้ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลยครับ
2️⃣ พุงใหญ่ ดื้ออินซูลิน ตับยิ่งพังเร็ว
ไขมันลงพุงไม่ได้อยู่เฉย ๆ ครับ แต่มันปล่อยสารอักเสบและทำให้ร่างกายดื้ออินซูลิน ยิ่งอินซูลินสูง ตับจะยิ่งสร้างไขมันมากขึ้น คนที่รอบพุงเกิน ผู้ชาย 90 ซม. ผู้หญิง 80 ซม. หรือ TG สูง HDL ต่ำ มักเริ่มมีความเสี่ยงไขมันพอกตับร่วมด้วยครับ
3️⃣ นอนดึก ตับฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
ช่วงกลางคืนเป็นเวลาที่ตับซ่อมแซมตัวเองครับ แต่ถ้านอนดึก นอนน้อย หรือกินดึกทุกวัน ตับจะทำงานหนักขึ้นเรื่อย ๆ งานวิจัยบางส่วนพบว่า คนที่นอนดึกต่อเนื่อง มีแนวโน้มไขมันพอกตับและดื้ออินซูลินสูงขึ้น เพราะฮอร์โมนเผาผลาญเริ่มเสียสมดุลครับ
4️⃣ น้ำหนักปกติ ก็มีไขมันพอกตับได้
หลายคนคิดว่าต้องอ้วนก่อนถึงจะตับอ้วนครับ แต่จริง ๆ คนผอมก็เป็นได้ โดยเฉพาะคนที่กินหวาน นั่งเยอะ ไม่ออกกำลังกาย หรือมีกล้ามเนื้อน้อย ภาวะนี้เรียกว่า “TOFI” คือดูผอมภายนอก แต่มีไขมันสะสมภายในสูงครับ ซึ่งคนกลุ่มนี้หลายครั้งตรวจสุขภาพทั่วไป ยังดูปกติ จนพลาดการดูแลตับไปนานเลยครับ
5️⃣ ค่าตับปกติ ไม่ได้แปลว่าตับแข็งแรงเสมอ
บางคนตรวจ AST/ALT ยังปกติดี เลยคิดว่าตับไม่มีปัญหา แต่จริง ๆ ไขมันพอกตับระยะแรก อาจยังไม่ทำให้ค่าตับขึ้นครับ เพราะฉะนั้นถ้ามีพุง น้ำตาลสูง TG สูง หรืออัลตราซาวด์เคยเจอไขมันพอกตับ ก็ยังต้องดูแลต่อเนื่องครับ ไม่ใช่รอให้ค่าตับพุ่งก่อนครับ

สิ่งที่ช่วยลดไขมันพอกตับได้จริง คือเริ่มจากการใช้ชีวิตทุกวันครับ
• ลดน้ำหวาน ชานม น้ำอัดลม และของหวานให้ได้ก่อน
• พยายามลดน้ำหนักประมาณ 5–10% ถ้าน้ำหนักเกิน
• เดินหรือออกกำลังกายอย่างน้อยประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์
• พยายามนอนก่อนเที่ยงคืน และลดมื้อดึกครับ
• ตรวจค่าตับ ไขมัน น้ำตาล และอัลตราซาวด์ตับตามความเสี่ยงครับ

“ไม่ดื่มแอล” ไม่ได้แปลว่าตับจะปลอดภัยเสมอครับ เพราะทุกวันนี้น้ำหวาน พุง นอนดึก และดื้ออินซูลิน กำลังทำร้ายตับของคนจำนวนมากแบบเงียบ ๆ และที่สำคัญคือไขมันพอกตับช่วงแรกยังย้อนกลับได้ ถ้าเริ่มดูแลเร็วพอครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Bangkok?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok