Exercise STYLE KaeKae

Exercise STYLE KaeKae

แชร์

Personal Trainer
SportScience RERU
Fitness Instructor
PT /Group Exercise/ Mind & Body
เทรนเนอร์เก๋เก๋
เทรนเนอร์แปดริ้ว
รับเทรนส่วนตัว
DM 💌

30/09/2026

เดี๋ยวมาอ่านค่ะ

EP.10

Olympic Lifting ไม่ได้เริ่มจากการเลือกท่า…แต่เริ่มจากการเข้าใจนักกีฬา

เมื่อพูดถึง Olympic Lifting คำถามแรกที่หลายคนนึกถึงมักเป็น…

ควรฝึก Sn**ch หรือ Clean & Jerk?

ควรเริ่มจาก Hang หรือยกจากพื้น?

ควรใช้ท่าเต็มหรือเลือกเฉพาะ Pull?

ควรยกหนักกี่เปอร์เซ็นต์ ทำกี่เซต กี่ครั้ง?

คำถามเหล่านี้สำคัญครับ

แต่ยังไม่ใช่คำถามแรกที่เราควรถาม

เพราะก่อนจะเลือกท่า เราต้องรู้ก่อนว่า…

คนที่อยู่ตรงหน้าเราคือใคร?

เขากำลังฝึกเพื่ออะไร?

มีความสามารถและข้อจำกัดอะไร?

อยู่ในช่วงใดของโปรแกรม?

และ Olympic Lifting จะเข้ามาช่วยพัฒนาอะไร ที่การฝึกส่วนอื่นยังให้ไม่ได้ดีพอ?

หากยังตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้

ต่อให้เลือกท่าที่ดี ใช้เทคนิคที่ถูกต้อง และมีโปรแกรมที่ดูสมบูรณ์บนกระดาษ

การฝึกนั้นก็อาจไม่ตอบโจทย์นักกีฬาจริง ๆ ครับ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

01 | ท่าที่ดีที่สุด…ไม่มีอยู่จริงหากไม่รู้ว่าใช้กับใคร

ไม่มี Variation ใดดีที่สุดสำหรับนักกีฬาทุกคน

Clean แบบท่าเต็มอาจเหมาะกับคนหนึ่ง

Hang Power Clean อาจเหมาะกับอีกคน

ส่วน Clean Pull หรือ Jump Shrug อาจตอบโจทย์นักกีฬาอีกคนได้มากกว่า

ความแตกต่างไม่ได้เกิดจากว่าท่าใด “ดีกว่า” กันครับ

แต่เกิดจากเป้าหมาย ประสบการณ์ ความพร้อม และต้นทุนของการเรียนรู้ที่ต่างกัน

นักกีฬาที่มีพื้นฐาน Olympic Lifting ดีอยู่แล้ว อาจใช้ท่าเต็มเพื่อพัฒนาเทคนิคและ Power ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่นักกีฬาที่มีเวลาฝึกจำกัด ยังควบคุมตำแหน่งไม่ได้ หรือมีภาระจากการวิ่งและ Conditioning สูง อาจได้ประโยชน์มากกว่าจาก Variation ที่เรียบง่ายกว่า

ก่อนเลือกท่า เราจึงควรถามว่า…

ท่านี้ตรงกับเป้าหมายหรือไม่?

ผู้ฝึกมีพื้นฐานเพียงพอหรือยัง?

ประโยชน์ที่ได้คุ้มกับเวลาและความล้าที่ต้องจ่ายหรือเปล่า?

และมีทางเลือกอื่นที่สร้าง Stimulus ใกล้เคียงกัน ด้วยความซับซ้อนที่น้อยกว่าหรือไม่?

การเลือกท่าที่เหมาะสมจึงไม่ได้สะท้อนว่าโค้ชรู้จักท่าฝึกมากแค่ไหน

แต่สะท้อนว่าโค้ชเข้าใจนักกีฬามากแค่ไหนครับ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

02 | ก่อนพัฒนา Power ต้องรู้ก่อนว่าแรงหายไปตรงไหน

นักกีฬาบางคนแข็งแรงมาก

Squat ได้หนัก

Deadlift ได้ดี

แต่เมื่อเปลี่ยนมาเป็นการเคลื่อนไหวที่ต้องออกแรงอย่างรวดเร็ว กลับส่งความแข็งแรงนั้นออกมาได้ไม่เต็มที่

ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่แรงน้อยเกินไปครับ

แต่อาจอยู่ที่…

สร้างแรงไม่ทันเวลาที่มี

ส่งแรงไม่ต่อเนื่อง

สูญเสียตำแหน่งระหว่างทาง

ออกแรงผิดทิศทาง

หรือประสานการทำงานของขา สะโพก ลำตัว และแขนให้อยู่ในจังหวะเดียวกันไม่ได้

ในทางกลับกัน นักกีฬาบางคนเคลื่อนที่ได้เร็ว แต่ยังไม่มีพื้นฐาน Strength เพียงพอรองรับแรงต้านที่เพิ่มขึ้น

อีกคนอาจสร้างแรงและส่งแรงได้ดี แต่ยังรับและควบคุมบาร์ไม่มั่นคง

ส่วนอีกคนอาจทำทุกอย่างได้ดีตอนใช้น้ำหนักเบา แต่รูปแบบเปลี่ยนทันทีเมื่อน้ำหนักหรือความล้าเพิ่มขึ้น

ภาพที่เห็นอาจเหมือนกันว่า…

“บาร์ไม่ขึ้น”

แต่สาเหตุเบื้องหลังอาจต่างกันอย่างสิ้นเชิง

การประเมินที่ดีจึงไม่ได้มีไว้เพียงค้นหาว่าอะไรผิด

แต่มีไว้ช่วยตัดสินใจว่า…

อะไรคือข้อจำกัดสำคัญในเวลานี้

และควรใช้การฝึกแบบใดเพื่อแก้ข้อจำกัดนั้นครับ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

03 | Progression ที่ดี ไม่ได้วัดจากการไปถึงท่าเต็มเร็วที่สุด

หลายคนมอง Progression เป็นเส้นทางที่ต้องผ่านให้ครบ

เริ่มจากท่าง่าย

เพิ่มความซับซ้อน

แล้วจบที่ Sn**ch หรือ Clean & Jerk แบบท่าเต็ม

แต่ท่าเต็มไม่ควรเป็นเป้าหมายอัตโนมัติของนักกีฬาทุกคนครับ

Progression ที่ดีควรช่วยให้ผู้ฝึก…

เข้าใจตำแหน่ง

รับรู้การเคลื่อนไหวของตัวเอง

สร้างแรงได้ในทิศทางที่เหมาะสม

ควบคุมจังหวะได้

และทำซ้ำได้ด้วยคุณภาพที่สม่ำเสมอขึ้น

หากเพิ่มความซับซ้อนแล้วคุณภาพลดลง

ผู้ฝึกไม่เข้าใจว่ากำลังทำอะไร

หรือความล้าจากการเรียนรู้ท่ารบกวนเป้าหมายหลักของการฝึก

การกลับไปใช้ Variation ที่เรียบง่ายกว่า ไม่ได้แปลว่าถอยหลังครับ

แต่อาจเป็นจุดที่เหมาะที่สุดสำหรับการเรียนรู้ในเวลานั้น

บางคนพร้อมเปลี่ยนจาก Pull ไปสู่ Catch

บางคนต้องใช้เวลากับ Power Position เพิ่ม

บางคนเข้าถึงตำแหน่งได้แล้ว แต่ยังควบคุมตำแหน่งนั้นไม่ได้

และบางคนอาจไม่จำเป็นต้องฝึกท่าเต็มเลย หากเป้าหมายของเขาบรรลุได้ด้วย Variation ที่ตรงกว่า

Progression จึงไม่ควรถูกกำหนดจากชื่อท่า

แต่ควรถูกกำหนดจากคุณภาพที่ผู้ฝึกแสดงออกมาครับ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

04 | การเตรียมร่างกายที่ดี ต้องเชื่อมกับสิ่งที่จะฝึก

Warm-up ที่ดีไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้ร่างกายร้อน หรือรู้สึกเหนื่อยก่อนเริ่มยก

แต่ควรเตรียมความพร้อมให้ตรงกับงานที่กำลังจะเกิดขึ้น

หาก Session ต้องการความเร็ว

Warm-up ควรช่วยเตรียมระบบประสาทและการเคลื่อนไหว ให้พร้อมสำหรับการสร้างแรงอย่างรวดเร็ว

หากผู้ฝึกมีข้อจำกัดในการเข้าถึงตำแหน่ง

การเตรียมร่างกายควรช่วยให้เข้าสู่ตำแหน่งนั้นได้ดีขึ้น

หากปัญหาอยู่ที่การควบคุม

การเพิ่ม Range of Motion อย่างเดียวอาจไม่พอ

ผู้ฝึกต้องได้ฝึกสร้างแรงและรักษาตำแหน่ง ในช่วงการเคลื่อนไหวที่ต้องใช้จริงด้วย

และหากมีประวัติอาการเจ็บหรือข้อจำกัดเฉพาะบุคคล

การเตรียมร่างกายยิ่งต้องสะท้อนความต้องการของคนนั้น ไม่ใช่ใช้ Routine เดียวกับทุกคน

Warm-up จึงไม่ควรแยกออกจาก Main Session

แต่ควรเป็นส่วนแรกของกระบวนการเดียวกัน

ตั้งแต่เตรียมตำแหน่ง

สร้างการรับรู้

กระตุ้นคุณสมบัติที่ต้องใช้

แล้วค่อยพาเข้าสู่การเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนขึ้นครับ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

05 | Coaching ไม่ใช่การพูดทุกสิ่งที่มองเห็น

เมื่อผู้ฝึกทำท่าไม่สำเร็จ โค้ชอาจเห็นข้อผิดพลาดหลายอย่างพร้อมกัน

เสียตำแหน่ง

บาร์ออกไปด้านหน้า

สะโพกขึ้นเร็ว

แขนทำงานเร็วเกินไป

รับบาร์ไม่มั่นคง

เท้าเคลื่อนมากเกินความจำเป็น

แต่การเห็นทุกอย่างไม่ได้แปลว่าเราควรแก้ทุกอย่างใน Rep เดียวครับ

สิ่งที่เกิดช่วงท้ายอาจเป็นผลต่อเนื่องจากความผิดพลาดเพียงจุดเดียวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น

หากเลือกต้นเหตุได้ถูก ข้อผิดพลาดหลายอย่างอาจดีขึ้นพร้อมกัน

แต่หากแก้เฉพาะภาพที่เห็นโดยไม่เข้าใจสาเหตุ ผู้ฝึกอาจเพียงเปลี่ยนจากการชดเชยแบบหนึ่งไปเป็นอีกแบบหนึ่ง

Cue ที่ดีไม่จำเป็นต้องยาวหรือซับซ้อน

แต่ต้องเหมาะกับปัญหา

ผู้ฝึกเข้าใจได้

และทำให้การเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปในทิศทางที่ต้องการ

หลังให้ Cue เราต้องสังเกตต่อว่า…

การเคลื่อนไหวดีขึ้นจริงหรือไม่?

ดีขึ้นเพียง Rep เดียว หรือทำซ้ำได้?

เมื่อเพิ่มน้ำหนัก ผลลัพธ์ยังเหมือนเดิมหรือเปล่า?

และผู้ฝึกเริ่มจัดการการเคลื่อนไหวของตัวเองได้หรือยัง?

เป้าหมายของ Coaching ไม่ใช่ให้ผู้ฝึกต้องรอคำสั่งจากโค้ชทุกครั้ง

แต่คือช่วยให้เขาเข้าใจ รับรู้ และแก้การเคลื่อนไหวของตัวเองได้ดีขึ้นครับ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

06 | Dose ที่เหมาะสม สำคัญพอ ๆ กับท่าที่เลือก

แม้จะเลือก Variation เหมาะสม

วาง Progression ได้ดี

และสอนเทคนิคถูกต้อง

แต่หากปริมาณไม่เหมาะสม ผลลัพธ์ก็อาจต่างจากที่ตั้งใจครับ

น้ำหนักมากเกินไป อาจทำให้ความเร็วและตำแหน่งเปลี่ยน

จำนวนครั้งต่อเซตมากเกินไป อาจทำให้ Rep หลัง ๆ ไม่สะท้อนคุณสมบัติเดียวกับ Rep แรก

เวลาพักน้อยเกินไป อาจทำให้ลักษณะของการฝึกเอนจากการพัฒนา Power ไปสู่การฝึกความทนต่อความล้ามากขึ้น

ส่วน Volume ที่สูงเกินความจำเป็น อาจรบกวน Running, Strength และ Conditioning ในวันถัดไป

คำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า…

“นักกีฬาทำได้มากแค่ไหน?”

แต่คือ…

“ต้องทำเท่าไร จึงเพียงพอสำหรับการปรับตัวที่ต้องการ?”

บาง Session อาจต้องการเพียงไม่กี่เซตที่มีความเร็วและคุณภาพสูง

บางช่วงอาจเน้นเทคนิคด้วยน้ำหนักเบา

บางช่วงอาจเพิ่มแรงต้านเพื่อพัฒนา Force Production

และบางช่วงอาจลด Volume เพื่อรักษาความพร้อมสำหรับการแข่งขันหรือการฝึกส่วนอื่น

Dose ที่เหมาะสมจึงไม่มีค่าตายตัวครับ

เพราะต้องเปลี่ยนตามเป้าหมาย ความพร้อม ภาระการฝึกสะสม และช่วงเวลาของโปรแกรม

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

07 | ตำแหน่งของท่าในโปรแกรม เปลี่ยนผลลัพธ์ที่เราได้รับ

ท่าเดียวกัน

น้ำหนักเท่ากัน

จำนวนครั้งเท่ากัน

อาจให้ผลลัพธ์ต่างกัน หากถูกวางไว้คนละตำแหน่งในโปรแกรม

เมื่อทำในช่วงที่ร่างกายสด ผู้ฝึกมีโอกาสสร้างความเร็ว รักษา Timing และควบคุมตำแหน่งได้ดีกว่า

แต่หากวางหลังการวิ่งหนัก Heavy Strength Training หรือ Conditioning ปริมาณสูง

ท่าเดิมอาจกลายเป็นการฝึกอีกแบบหนึ่ง

สำหรับนักกีฬา Hybrid เราจึงต้องกำหนดให้ชัดว่า…

วันนี้เป้าหมายหลักคืออะไร?

Olympic Lifting เป็นงานหลักหรืองานสนับสนุน?

ต้องการพัฒนา Power สูงสุด?

ต้องการฝึกเทคนิค?

หรือต้องการประเมินความสามารถในการรักษาคุณภาพ เมื่อความล้าเริ่มเข้ามา?

การฝึก Power ภายใต้ความล้ามีประโยชน์ในบางช่วงครับ

แต่โดยหลักการ ควรเกิดขึ้นหลังจากนักกีฬามีคุณภาพพื้นฐานให้รักษาไว้ได้แล้ว

ไม่ใช่เพิ่มความล้าตั้งแต่ต้น แล้วหวังว่าการพยายามทำท่าให้สำเร็จจะพัฒนา Power ได้เอง

หากเป้าหมายคือการนำ Power ไปใช้จริงในสนาม นักกีฬาอาจต้องทั้งสร้าง Power ได้ดี และรักษาคุณภาพนั้นไว้เมื่อความล้าเข้ามา

แต่ในหลายกรณี ก่อนจะฝึกให้รักษาคุณภาพภายใต้ความล้า เราควรสร้างคุณภาพพื้นฐานนั้นขึ้นมาให้มั่นคงก่อนครับ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

08 | อย่าวัดความสำเร็จจากน้ำหนักบนบาร์เพียงอย่างเดียว

น้ำหนักที่ยกได้เป็นข้อมูลสำคัญ

แต่ไม่ควรเป็นข้อมูลเดียวในการประเมินความก้าวหน้า

นักกีฬาอาจยกหนักขึ้น

แต่บาร์ช้าลง

ตำแหน่งเปลี่ยน

Timing ไม่สม่ำเสมอ

หรือใช้การชดเชยมากขึ้น

ในทางกลับกัน แม้น้ำหนักบนบาร์ยังไม่เพิ่มมาก ผู้ฝึกอาจ…

สร้างความเร็วได้ดีขึ้น

เคลื่อนบาร์ในเส้นทางที่มีประสิทธิภาพขึ้น

ทำซ้ำตำแหน่งได้สม่ำเสมอขึ้น

รับบาร์ได้มั่นคงขึ้น

ใช้ความพยายามน้อยลงกับน้ำหนักเดิม

หรือรักษาคุณภาพได้นานขึ้นเมื่อเกิดความล้า

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพัฒนาการครับ

การประเมินที่ดีจึงต้องย้อนกลับไปที่เป้าหมายที่ตั้งไว้ตั้งแต่ต้น

หากต้องการพัฒนา Power เราต้องดูคุณภาพของแรงและความเร็ว

หากต้องการพัฒนาเทคนิค เราต้องดูความสม่ำเสมอและความสามารถในการทำซ้ำ

หากต้องการนำไปใช้กับกีฬา เราต้องดูว่าความสามารถนั้นส่งต่อไปยังสิ่งที่นักกีฬาต้องทำจริงหรือไม่

เพราะตัวเลขจะมีความหมาย ก็ต่อเมื่อเรารู้ว่ากำลังใช้มันตอบคำถามอะไรครับ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

09 | โปรแกรมที่ดีต้องเปลี่ยนได้ เมื่อข้อมูลเปลี่ยน

โปรแกรมไม่ควรเป็นคำสั่งตายตัวที่นักกีฬาต้องทำให้ครบทุกอย่าง

แต่ควรเป็นสมมติฐานที่เรานำไปทดลองกับคนจริง

เราเลือกท่า

กำหนด Dose

จัดลำดับการฝึก

สังเกตผลลัพธ์

แล้วใช้ข้อมูลที่ได้ปรับการตัดสินใจต่อไป

หากผู้ฝึกรักษาคุณภาพไม่ได้ตามที่คาด เราอาจลดน้ำหนัก เพิ่มเวลาพัก หรือลดจำนวนครั้ง

หาก Variation ที่เลือกซับซ้อนเกินไป เราอาจถอยกลับไปสร้างพื้นฐานบางส่วน

หาก Olympic Lifting เริ่มรบกวนงานสำคัญด้านอื่น เราอาจลด Volume เปลี่ยนตำแหน่งในสัปดาห์ หรือเลือกท่าที่มี Fatigue Cost ต่ำลง

และหากนักกีฬาพัฒนาเร็วกว่าแผน เราก็เพิ่มความท้าทายได้ โดยไม่ต้องรอให้ครบจำนวนสัปดาห์ที่เขียนไว้

การปรับโปรแกรมไม่ได้แปลว่าแผนเดิมล้มเหลวครับ

แต่สะท้อนว่าเรากำลังใช้ข้อมูลจากนักกีฬา มากกว่ายึดติดกับสิ่งที่อยู่บนกระดาษ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

10 | สุดท้ายแล้ว Olympic Lifting เป็นเพียงเครื่องมือ

ตลอดซีรีส์นี้ เราพูดถึงองค์ประกอบมากมาย

เมื่อนำมาจัดเป็นกระบวนการของโค้ช จะเห็นเป็นห้าส่วนที่เชื่อมต่อกันครับ

เข้าใจว่าแรงเกิดขึ้นอย่างไร

Strength และ Power

การสร้างและส่งแรง

ตำแหน่งและ Bar Path

Timing

การรับและควบคุมบาร์

เลือกให้เหมาะกับคน

การเลือก Variation และ Progression ที่ตรงกับเป้าหมายและความพร้อม

เตรียมและควบคุมการเคลื่อนไหว

Specific Warm-up

Mobility

และ Movement Control

กำหนดปริมาณและตำแหน่งในโปรแกรม

Dose

และการวางท่าไว้ในสัปดาห์ ให้ทำงานร่วมกับ Strength, Running และ Conditioning

โค้ชและติดตามผล

การวิเคราะห์ความผิดพลาด

การใช้ Coaching Cue

การรักษา Power เมื่อความล้าเข้ามา

และการปรับโปรแกรมตามข้อมูล

ทุกส่วนสำคัญ

แต่ไม่มีส่วนใดควรถูกแยกออกจากนักกีฬาที่อยู่ตรงหน้าเราครับ

เพราะ Olympic Lifting ไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของนักกีฬา Hybrid

มันคือเครื่องมือที่เราเลือกใช้ เพื่อพัฒนาความสามารถบางอย่าง

บางคนต้องการสร้าง Power ให้สูงขึ้น

บางคนต้องการส่งแรงให้มีประสิทธิภาพขึ้น

บางคนต้องการพัฒนาการประสานงาน

บางคนต้องการเรียนรู้การรับและควบคุมแรง

และบางคนอาจยังไม่พร้อม หรือไม่จำเป็นต้องใช้ Olympic Lifting ในเวลานั้นเลย

การเป็นโค้ชจึงไม่ใช่การพยายามทำให้ทุกคนยกท่าเดียวกัน

แต่คือการเข้าใจว่า…

ใครควรฝึกอะไร

ควรเริ่มจากตรงไหน

ต้องใช้มากเท่าไร

ควรวางไว้เมื่อใด

และจะรู้ได้อย่างไรว่าสิ่งที่ทำอยู่ ช่วยให้นักกีฬาเข้าใกล้เป้าหมายจริง ๆ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

Olympic Lifting ที่ดี ไม่ได้เริ่มจากการเลือกท่าที่ยากที่สุด

ไม่ได้วัดจากน้ำหนักที่ยกได้มากที่สุด

และไม่ได้จบลงเมื่อผู้ฝึกทำท่าเต็มได้สำเร็จ

แต่เริ่มจากการเข้าใจว่า…

นักกีฬาต้องการพัฒนาอะไร

ข้อจำกัดสำคัญอยู่ตรงไหน

ท่าใดให้ประโยชน์ตรงที่สุด

และปริมาณเท่าไรจึงเพียงพอ

เพราะคุณค่าของ Olympic Lifting ไม่ได้อยู่ที่ตัวท่าเพียงอย่างเดียว

แต่อยู่ที่ความสามารถของโค้ชในการเลือก ใช้ และปรับท่านั้น ให้เหมาะกับคนและเป้าหมายที่แตกต่างกัน

นี่คือจุดที่การรู้จัก “ท่าฝึก”

เปลี่ยนไปสู่การเข้าใจ “การโค้ช”

และนี่คือบทสรุปของซีรีส์ Olympic Lifting for Hybrid ครับ

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

ในคลาส Olympic Lifting for Hybrid: The Next Level

เราจะไม่ได้เรียนเพียงวิธีทำ Sn**ch หรือ Clean & Jerk

แต่จะพาไปเข้าใจ Olympic Lifting ตั้งแต่ต้นทางจนถึงการนำไปใช้จริง

ตั้งแต่ Biomechanics และกลไกการสร้างแรง

Progression จากพื้นฐานไปสู่ท่าที่ซับซ้อน

Specific Warm-up

การเลือก Variation

Practical Coaching และการวิเคราะห์ความผิดพลาด

ไปจนถึงการวาง Olympic Lifting ร่วมกับ Strength, Running และ Conditioning อย่างเป็นระบบ

เพื่อให้คุณไม่ได้เพียงมีท่าฝึกเพิ่มขึ้น

แต่สามารถตัดสินใจได้ว่า…

ใครควรใช้ท่าไหน

ควรฝึกอย่างไร

และจะทำให้ Olympic Lifting สร้างประโยชน์กับนักกีฬา Hybrid ได้จริงอย่างไรครับ

Olympic Lifting for Hybrid: The Next Level

17–18 ตุลาคม 2569

สถานที่ Area 13

เลือกเรียนแบบ Single Course หรือ Duo Pass ได้

หากอยากเข้าใจ Olympic Lifting ให้ลึกกว่าการจำท่า

และนำไปใช้กับนักกีฬาได้อย่างมีเหตุผล

ทักเลยครับ

Photos from Exercise STYLE KaeKae's post 30/09/2026

ยังเหลือชม.เทรนนิ่งอีกเยอะ
มีเวลาเก็บรายละเอียดให้อีก

รอบ ⏰12:00 - 13:00
Training 3 วัน/ สัปดาห์

เดี๋ยวว่างๆ จะมาสรุปให้ดูคร่าวๆ ว่าฝึกกันยังไงบ้างนะคะ
#เทรนเนอร์เก๋เก๋ #เทรนเนอร์แปดริ้ว #ฟิตเนสในฉะเชิงเทรา #ฟิตเนสแปดริ้ว

📌Padriew,Chachoengsao

30/09/2026

Cardio Time อยู่กับตัวเองใช้สมาธิอยู่กับร่างกาย ฟังเสียงหัวใจ สังเกตร่างกาย🏃‍♀️⏰

#เทรนเนอร์เก๋เก๋ #เทรนเนอร์แปดริ้ว

Photos from Exercise STYLE KaeKae's post 30/09/2026

🍑Glutes Day 💪✌️ #โปรแกรมที่ 2 ของสัปดาห์นี้ เหลืออีก 2 วัน พฤ ,ศุกร์ 💪⭐️

4 วันต่อสัปดาห์
แม้ในวันที่เหนื่อย แม้ในวันที่ร่างกายล้า

ฉันก็ยังต้องจัดสรรเวลา⏰

เพราะโปรแกรมเทรนไม่ได้มีความหมายแค่ “มาออกกำลังกาย” แต่มันคือความสม่ำเสมอ ระบบ และความมุ่งมั่นต่อเป้าหมาย

ในฐานะเทรนเนอร์ หน้าที่ของฉันคือบริหารเวลา มีวินัย และทำให้ทุก Session เป็นไปตามโปรแกรมที่วางไว้

4 วันต่อสัปดาห์
หนึ่งโปรแกรม หนึ่งทิศทาง หนึ่งเป้าหมาย

ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว แต่มันถูกสร้างขึ้นจากความสม่ำเสมอ
#เทรนเนอร์เก๋เก๋ #เทรนเนอร์แปดริ้ว #ฟิตเนสในฉะเชิงเทรา #เทรนเนอร์ในแปดริ้ว

Photos from Exercise STYLE KaeKae's post 29/09/2026

#เทรนเนอร์เก๋เก๋ #เทรนเนอร์แปดริ้ว
วันนี้มาอัพเดทตารางเทรนเอง
ติดน้ำท่วมกันครึ่งนึงเลยลูกค้า
เทรนเนอร์เหงาสุดๆ 🥹🥲

ในช่วงที่สถานการณ์น้ำท่วมกำลังส่งผลกระทบในบางพื้นที่
ลูกค้าหลายท่านอาจยังไม่สามารถเดินทางมาออกกำลังกายหรือเข้าเทรนได้ตามปกติ

ไม่เป็นไรนะคะ… ช่วงเวลานี้ ความปลอดภัยต้องมาก่อนเสมอ ไม่จำเป็นต้องฝืนเดินทางมาเทรน หากเส้นทางยังไม่ปลอดภัย

ขอให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัยนะคะ 🤍

แล้วเราค่อยกลับมาแข็งแรงไปด้วยกันอีกครั้งค่ะ

— Trainer KaeKae

29/09/2026

✌️😃 หักข้อมือกันอยู่นั่น เห็นเยอะมาก

28/09/2026

🏃‍♀️✌️💪
#เทรนเนอร์เก๋เก๋ #เทรนเนอร์แปดริ้ว #ฟิตเนสฉะเชิงเทรา

Photos from Exercise STYLE KaeKae's post 28/09/2026

📌Padriew, Chachoengsao

บางทีเป้าหมายของเทรนเนอร์ก็อาจจะเล็กแค่นิดเดียว คือ สามารถตื่นเช้ามาเทรน 4 วัน/ สัปดาห์ โดยไม่มีการยกเลิก
อาจจะมีอยู่แค่นี้จริงๆ

#เทรนเนอร์เก๋เก๋ #เทรนเนอร์แปดริ้ว #ฟิตเนสแปดริ้ว #ฟิตเนสฉะเชิงเทรา

28/09/2026

ปั้นหุ่นเพื่อตัวเอง ไม่ใช่เพื่อใคร

ปั้นก้นให้สวย กระชับสัดส่วนให้ได้รูป
เพื่อให้ตัวเองมั่นใจมากขึ้นในทุกชุดที่เลือกใส่
เพราะรูปร่างที่ดี ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ใครมอง
แต่มีไว้เพื่อให้เรามองตัวเองแล้วรู้สึกว่า
“ฉันชอบตัวเองในเวอร์ชันนี้”

การออกกำลังกายที่ดี ไม่ใช่แค่ทำให้เหนื่อย แต่คือการฝึกอย่างถูกวิธี ออกแบบให้เหมาะกับร่างกาย และพัฒนารูปร่างไปพร้อมกับความแข็งแรง

Personal Training by Trainer Kae
รับเทรนส่วนตัว 1:1 | 1:2
📍 แปดริ้วยิม & ฟิตเนสเซ็นเตอร์
ฉะเชิงเทรา

Train for yourself. Shape your body. Wear what you love.

ติดต่อสอบถาม / จองคิว
Facebook: Kae Anuchawadee

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Chachoengsao?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่อยู่


พระยาศรีสุนทร
Chachoengsao
24000