MAS RELAX

MAS RELAX

แชร์

Massage services at home, hotels and offices by therapists certified by the Ministry of Public Health

25/09/2026

🌿Weekend Wellness Getaway🌿
🫧Floating Sauna & Soulful Retreat🫧
🌴(ทริปเติมพลัง:
ซาวน่าลอยน้ำและรีทรีทฮีลใจ)

👉ณ. วังรี รีสอร์ท&สปา

🗓️24-25 ตุลาคม 2569 (2 วัน 1 คืน)

🍁Day 1 (24 ตุลาคม 2569)
10:00 ลงทะเบียนและต้อนรับ/เพ้นท์หมวก
12:00 รับประทานอาหารกลางวัน
13:30 ซาวน่าเกลือและจากุซซี่น้ำเย็น
18:00 รับประทานอาหารมื้อเย็น
19:30 Sound healing บนเบาะลอยน้ำ
20:30 พักผ่อนตามอัธยาศัย

🍁Day 2 (25 ตุลาคม 2569)
06:30 ทำบุญตักบาตร
07:00 โยคะรับแสงแดดและเสียงบำบัดบนสนามหญ้า
08:30 รับประทานอาหารมื้อเช้า
10:00 สปาหน้าและมือเท้าด้วยสมุนไพร
11:00 วงพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์
12:00 รับประทานอาหารกลางวัน
13:00 เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

🍄อัตราค่าบริการ: ท่านละ 5,900 บาท
แพ็กเกจพิเศษสำหรับ 2 ท่าน 11,499 บาท

☎️ติดต่อสำรองที่นั่ง/ลงทะเบียน :
064-694-5665, 065-498-9823, 089-668-4444

#ฮีลใจ #ซาวน่าลอยน้ำ #บำบัดด้วยเสียง #คลื่นเสียงบำบัด
#รีสอร์ทแอนด์สปา #ท่องเที่ยวธรรมชาติ #พักผ่อนหย่อนใจ #สุขภาพดี #ดูแลสุขภาพ #สมาคมแพทย์แผนไทย #วังรีรีสอร์ท #ครูพลอยพลอยนภัสโพธิ์เงิน

Photos from MAS RELAX's post 15/09/2026

#เคล็ดลับดูแลสุขภาพกล้ามเนื้อ:
ประคบเย็น vs ประคบร้อน ใช้ให้ถูกวิธีเพื่ออาการปวดที่ตรงจุด
อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ การบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย หรืออาการอักเสบในชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่เราทุกคนต่างเคยเผชิญ แต่หลายคนมักสับสนว่า เมื่อไหร่ควรใช้ "การประคบเย็น (COLD)" และเมื่อไหร่ควรใช้ "การประคบร้อน (HOT)" วันนี้ MasRelax สปาและนวดนอกสถานที่ จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจวิธีใช้ความร้อนและความเย็นในการบำบัดเบื้องต้นอย่างถูกต้องกัน...

❄️ การประคบเย็น (Cold Compression)
การประคบเย็นเหมาะสำหรับการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นใหม่ หรืออาการอักเสบเฉียบพลัน เพื่อช่วยลดการไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณนั้นชั่วคราว
☘️ประโยชน์สำคัญ:
ช่วยลดอาการบวมและอักเสบ
บรรเทาอาการปวดเฉียบพลัน
ทำให้รู้สึกชาบริเวณที่เจ็บ
🌿การใช้งานทั่วไป:
ใช้กับรอยช้ำ / ฟกช้ำ
อาการบวม หรือเคล็ดขัดยอก
หลังการผ่าตัด
ปวดฟัน (จากภายนอก)

🔥 การประคบร้อน (Hot Compression)
การประคบร้อนเหมาะสำหรับอาการเรื้อรัง หรือกล้ามเนื้อที่มีอาการตึงเกร็ง เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
☘️ประโยชน์สำคัญ:
ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
เพิ่มการไหลเวียนโลหิต
บรรเทาอาการปวดเรื้อรัง
🌿การใช้งานทั่วไป:
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
ข้ออักเสบ
ปวดหลัง
กล้ามเนื้อหดเกร็ง / ตะคริว
ปวดประจำเดือน
💡 คำแนะนำจาก MasRelax: การเลือกใช้ความร้อนและความเย็นให้ถูกต้องจะช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากอาการปวดไม่ดีขึ้น การนวดผ่อนคลายหรือการทำสปาก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญในการคลายเส้นและลดความตึงเครียดของร่างกายได้เป็นอย่างดี....
🪷 Contact Us 🪷
📞 Tel: 061-532-4498
🟢 LINE ID:
💬 WhatsApp: +66 65 498 9823
📱 FB: MasRelax
🎵 TikTok:
📸 IG:

#ประคบร้อนประคบเย็น #ปวดกล้ามเนื้อ #เคล็ดขัดยอก #แก้ปวดเมื่อย #ลดอาการบวม #ปวดหลัง #ปวดประจำเดือน #นวดนอกสถานที่ #สปานอกสถานที่ #ดูแลสุขภาพ

Photos from MAS RELAX's post 11/09/2026

หลีกหนีความวุ่นวาย เติมพลังให้ชีวิตกับ
🍀"Weekend Wellness Getaway: 🌿
ซาวน่าลอยน้ำและรีทรีทฮีลใจ"

เชื่อไหมว่าแค่นอนนิ่งๆ บนผิวน้ำ
ฟังเสียงระฆังดัง... ร่างกายของคุณสามารถผ่อนคลายได้จนถึงขั้นหลับโดยที่คุณไม่รู้ตัว?
มาฮีลใจและดูแลสุขภาพไปกับเรา...

ณ วังรี รีสอร์ทแอนด์สปา

ในยุคที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความเครียดสะสม หลายครั้งร่างกายและจิตใจของเราก็ส่งสัญญาณเตือนว่าต้องการการพักผ่อนอย่างแท้จริง หากคุณกำลังมองหาสถานที่หลีกเร้นเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้ตัวเองทั้งกายและใจ
ทริป Weekend Wellness Getaway... โปรแกรม 2 วัน 1 คืนนี้ คือคำตอบที่จะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนระดับพรีเมียมที่ผสานศาสตร์แห่งการดูแลสุขภาพเข้ากับธรรมชาติอย่างลงตัว....
ให้รางวัลตัวเองด้วยการหยุดพักจากโลกที่วุ่นวาย แล้วมาเติมเต็มความสมดุลให้ชีวิตกับทริปที่เราออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ 🍀

💜ค่าเข้าร่วมกิจกรรม

ท่านละ 5,900 บาท
แพ็กเกจพิเศษสำหรับ
2 ท่าน 11,499 บาท

☎️ติดต่อสำรองที่นั่ง/ลงทะเบียน :
📞 064-694-5665
📞 065-498-9823
📞 089-668-4444

#ฮีลใจ #ซาวน่าลอยน้ำ​ #บำบัดด้วยเสียง #คลื่นเสียงบำบัด
#รีสอร์ทแอนด์สปา #ท่องเที่ยวธรรมชาติ #พักผ่อนหย่อนใจ #สุขภาพดี #ดูแลสุขภาพ #สมาคมแพทย์แผนไทย #วังรีรีสอร์ท #ครูพลอยพลอยนภัสโพธิ์เงิน

06/09/2026

#9ท่ายืดไหล่สะบักแก้เมื่อยสำหรับคนใช้แขนเยอะ
(9 Shoulder & Scapula Stretches for Arm Fatigue Relief)
อาการปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ และสะบักจากการทำงานหรือการใช้แขนเป็นประจำ สามารถบรรเทาได้ง่าย ๆ ด้วย 9 ท่ายืดกล้ามเนื้อจาก MasRelax ที่คุณสามารถทำตามได้ด้วยตัวเอง

🍁กระดกข้อมือขึ้นลง 30 ครั้ง
(Wrist Flexion 30 times)
🍁หมุนไหล่ 30 ครั้ง สลับหน้าหลัง (Shoulder Rolls 30 times front & back)
🍁ประสานมือหลังศีรษะ บีบสะบัก ค้างไว้ 30 วินาที/2 รอบ
(Clasp hands behind head, squeeze scapula hold 30s x2)
🍁กอดไหล่ตัวเอง ดึงเข้าหาตัว ค้างไว้ 30 วินาที/2 รอบ แล้วสลับข้าง
(Cross-body shoulder stretch hold 30s x2 each side)
🍁ก้มคอเอียงข้าง มือประสานหลัง ค้างไว้ 30 วินาที/2 รอบ
(Tilt neck sideways, hands behind back hold 30s x2 each side)
🍁หันคอซ้าย-ขวา ค้างไว้ 30 วินาที/2 รอบ แล้วสลับข้าง
(Neck rotation hold 30s x2 each side)
🍁ยืดแขนไปข้างหน้า ดึงมือเข้าหาตัว ค้างไว้ 30 วินาที/2 รอบ
(Forward arm stretch hold 30s x2)
🍁ยืดแขนขึ้นเหนือศีรษะ ค้างไว้ 30 วินาที/2 รอบ
(Overhead stretch hold 30s x2)
🍁ประสานมือด้านหลัง ยืดอก ค้างไว้ 30 วินาที/2 รอบ
(Hands clasped behind, chest stretch hold 30s x2)

หากทำเองแล้วอาการไม่ดีขึ้น สามารถให้ MasRelax ดูแลถึงบ้านคุณได้นะคะ..🍀

#แก้ปวดเมื่อย #ออฟฟิศซินโดรม
#ปวดบ่าไหล่ #ยืดกล้ามเนื้อ #นวดนอกสถานที่ #นวดผ่อนคลาย #สุขภาพดี #แก้ปวดหลัง #ดูแลสุขภาพ

06/09/2026

#ไขความลับอาการลมในเส้นและลมในท้องตามศาสตร์การแพทย์แผนไทย
​อาการแน่นอึดอัด ปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือระบบย่อยมีปัญหา หลายครั้งมักมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของ "ลม" ภายในร่างกาย ซึ่งตามองค์ความรู้การแพทย์แผนไทย จะมีการแบ่งลักษณะอาการออกเป็น 2 ประเภทหลักที่มักสร้างความรำคาญใจในชีวิตประจำวัน
ได้แก่ ลมในเส้น และ ลมในท้อง
🌿​1. ลมในเส้น: อาการปวดตึงและทางเดินลมติดขัด
​อาการลมในเส้นมักเกี่ยวข้องกับระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และการไหลเวียนของลมตามแนวเส้นประธานในร่างกาย เมื่อลมเหล่านี้ติดขัดหรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก จะแสดงอาการออกมาในหลายจุด ดังนี้
​อาการบริเวณส่วนบน: มีอาการตึงคอ บ่า ไหล่ และอาจมีอาการปวดร้าวร่วมกับการเรอออก
​จุดกดเพื่อบรรเทาตามศาสตร์แผนไทย: มีการใช้เทคนิคกดจุดเพื่อแก้ปวดหรือแก้อาการน้ำลายไหล รวมถึงการกดจุดสลักผ่านแนว
​อาการบริเวณส่วนล่างและสะโพก: เกิดอาการปวดตอนนั่ง ลูกตอนนั่ง หรือมีอาการคดเอว คดกัน
​อาการบริเวณก้นกบและสะโพก: มีอาการปวดคอนถูกัน ตึงเอว ตึงก้น และสะโพก
🌿​2. ลมในท้อง: อาการจุกแน่นและระบบทางเดินอาหารแปรปรวน
​สำหรับลมในท้อง มักเกิดจากแก๊สส่วนเกินในกระเพาะอาหารและลำไส้ ทำให้เกิดความอึดอัดและส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหารโดยตรง
​อาการแน่นและพอง: มีอาการแน่นท้อง อึดอัด พองลม ท้องร้องโครกคราก และปวดท้องเป็นลูกๆ หรือมีอาการเสียดตามแนวลำไส้
​อาการดันขึ้นเบื้องบน: มีอาการเรออยู่บ่อยครั้ง รู้สึกคลื่นลมวิ่งขึ้นคอ และจุกสิ้นปี่รวมถึงแน่นอึดอัด
​ผลกระทบต่อหัวใจ: ลมบางส่วนอาจดันขึ้นมาถึงบริเวณหัวใจ ทำให้เกิดอาการใจสั่น
​ระบบขับถ่าย: มักพบปัญหาถ่ายไม่สุด หรือมีอาการผายลมบ่อยครั้ง
​การเข้าใจถึงลักษณะของลมทั้งสองประเภทนี้ ช่วยให้เราสังเกตอาการเบื้องต้นของร่างกายได้แม่นยำยิ่งขึ้น และสามารถหาแนวทางดูแลรักษาหรือบรรเทาอาการได้อย่างตรงจุด หากท่านใดสนใจการดูแลสุขภาพด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย

#การแพทย์แผนไทย #ลมในเส้น #ลมในท้อง #นวดแผนไทย #ดูแลสุขภาพ #แก้อาการท้องอืด #แก้ปวดเมื่อย #สุขภาพองค์รวม

06/09/2026

https://www.facebook.com/share/p/1GPLn7dPV3/
ถอดรหัสอาการปวดตามเส้นประธานสิบ: มุมมองจากศาสตร์การแพทย์แผนไทย
อาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นอาการตึงคอ บ่า ไหล่ ปวดหลัง หรืออาการชาตามมือตามเท้า มักเป็นสัญญาณเตือนที่ร่างกายส่งมาบอกว่าระบบโครงสร้างและการไหลเวียนภายในกำลังมีปัญหา ในศาสตร์การแพทย์แผนไทย อาการเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ "เส้นประธานสิบ" ซึ่งเป็นเส้นทางเดินของลมและพลังงานที่หล่อเลี้ยงร่างกาย เมื่อเส้นเหล่านี้เกิดการติดขัด ย่อมส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดและความผิดปกติต่างๆ ตามมา
จุดเชื่อมโยงของอาการปวดตามแนวเส้นประธานสิบ
จากแผนภาพการแสดงตำแหน่งอาการปวดตามเส้นในศาสตร์การแพทย์แผนไทย สามารถแบ่งลักษณะอาการสำคัญที่มักพบเจอได้ดังนี้:
กลุ่มอาการส่วนบน (คอ บ่า ไหล่ และศีรษะ):
ตึงคอ บ่า ไหล่ (Neck, Shoulder Stiffness) และ ปวดท้ายทอย (Occipital Pain) มักเกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อและการติดขัดของลมในบริเวณช่วงบน
ปวดสะบักจม (Deep Scapular Pain) และ ตึงสะบักร้าวอก (Scapular Tightness radiating to Chest) เป็นอาการปวดลึกบริเวณสะบักที่อาจลามมาถึงหน้าอก
ปวดร้าวลงแขน (Radiating Arm Pain) แสดงถึงการกดทับหรือการติดขัดของแนวเส้นที่ทอดยาวลงสู่รยางค์ส่วนบน
กลุ่มอาการส่วนล่างและหลัง:
ปวดเอว ปวดหลัง (Lower Back Pain) และ ปวดหลังลงก้น (Pain from Back to Buttock) เป็นอาการยอดฮิตของผู้ที่ต้องนั่งทำงานนานๆ หรือยกของหนัก ซึ่งแนวเส้นในบริเวณนี้มักเกี่ยวข้องกับการทรงตัวและการเคลื่อนไหว
ปวดเอวร้าวลงขา (Low Back Pain radiating to Leg) เป็นสัญญาณเตือนว่าลมในเส้นประธานช่วงล่างเริ่มติดขัดรุนแรงจนส่งผลต่อขา
กลุ่มอาการระบบไหลเวียนและธาตุในร่างกาย:
มือเท้าชา เลือดลมไม่เดิน (Numbness, Poor Circulation) เกิดจากการที่ลมและโลหิตไหลเวียนไปเลี้ยงปลายประสาทหรือปลายมือปลายเท้าได้ไม่สะดวก
ธาตุเสียสมดุล ตัวหนักตึง (Elemental Imbalance, Heavy Body) ในทางการแพทย์แผนไทย เมื่อธาตุทั้ง 4 (ดิน น้ำ ลม ไฟ) เกิดความไม่สมดุล จะทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ร่างกายหนักอึ้ง และตึงเกร็งไปหมด
การทำความเข้าใจตำแหน่งและสาเหตุของอาการปวดเหล่านี้ผ่านศาสตร์การแพทย์แผนไทย ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของร่างกายได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ว่าอาการปวดจุดหนึ่งอาจมีต้นตอมาจากการติดขัดของเส้นประธานที่เชื่อมโยงกัน การดูแลรักษาด้วยการนวดไทย การประคบสมุนไพร หรือการปรับพฤติกรรม จึงเป็นแนวทางสำคัญในการช่วยคลายเส้น คืนความสมดุล และทำให้เลือดลมกลับมาไหลเวียนได้เป็นปกติอีกครั้ง
#แพทย์แผนไทย #เส้นประธานสิบ #นวดไทย #แก้ปวดเมื่อย #ออฟฟิศซินโดรม #สุขภาพองค์รวม #สมุนไพรไทย #นวดบำบัด

Photos from MAS RELAX's post 30/08/2026

ภูมิปัญญาไทย:
🌾 #วิธีทำและห่อลูกประคบสมุนไพร
เพื่อความผ่อนคลายและบรรเทาอาการปวดเมื่อย
การประคบสมุนไพรเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยที่มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน เป็นการนำเอาคุณประโยชน์จากสมุนไพรหลายชนิดมาผสมผสานกันเพื่อให้ความร้อนและตัวยาซึมซาบเข้าสู่ผิวหนัง กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเมื่อย และช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายอย่างล้ำลึกตามแบบฉบับการดูแลสุขภาพวิถีไทย

🌿อุปกรณ์และวัตถุดิบที่ต้องเตรียม
ผ้าดิบสีขาว (หรือผ้าฝ้ายเนื้อบางระบายความร้อนได้ดี): ขนาดประมาณ 40x40 หรือ 50x50 เซนติเมตร จำนวน 1 ผืน (เนื้อผ้าต้องไม่หนาหรือบางจนเกินไป เพื่อให้ไอ้น้ำระเหยผ่านได้ดี)
เชือกป่าน หรือเชือกสำหรับมัด: ความยาวพอเหมาะสำหรับมัดและทำด้ามจับ
ตัวยาสมุนไพร 16 ชนิด: ที่ผ่านการหั่น ตากแห้ง และผสมในสัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว เช่น ไพล, ขมิ้นชัน, ผิวมะกรูด, ตะไคร้, การบูร, พิมเสน, เกลือ, ใบส้มป่อย, ว่านน้ำ, ใบยูคาลิปตัส, เถาวัลย์เปรียง และเถาเอ็นอ่อน เป็นต้น

💐ขั้นตอนการห่อและมัดลูกประคบสมุนไพร (6 ขั้นตอนสำคัญ)
1. วางยากองกลาง
นำตัวยาสมุนไพรที่ผสมเรียบร้อยแล้ว มาตวงหรือชั่งในปริมาณที่เหมาะสม แล้วนำมาวางกองไว้บริเวณตรงกลางผืนผ้าดิบที่เตรียมไว้
2. รวบมุมผ้า 4 ด้าน
จับมุมผ้าทั้ง 4 ด้านตรงข้ามกันขึ้นมาทับกันทีละสองมุมจนครบทั้งสี่มุม รวบขึ้นมาไว้ด้านบนให้เสมอกัน จากนั้นดึงผ้าให้กระชับเข้าหากัน
3. จัดทรงกลม บิดกลึงให้ตึง
จัดเกลี่ยเนื้อผ้าด้านข้างไม่ให้ย่น ตกแต่งฐานลูกประคบให้กลมแน่นคล้ายผลกระท้อน ทำการบีบและบิดกลึงลูกประคบให้แน่นตึง เพื่อไม่ให้สมุนไพรหลุดร่วงในเวลานึ่งหรือนำไปใช้งาน
4. มัดขั้วแรกด้วยเชือกป่าน
นำเชือกมาพันรอบคอขั้วลูกประคบแล้วมัดให้แน่นหนา (นิยมผูกเป็นเงื่อนกระตุกเพื่อให้แก้ออกได้ง่ายเมื่อต้องการเปลี่ยนสมุนไพรข้างใน)
5. ดึงชายผ้าทำด้ามจับ
ดึงชายผ้าส่วนบนเหนือรอยมัดให้ตึง จัดแต่งชายผ้าที่เหลือมาซ้อนกันให้เรียบร้อย แล้วพับเข้าหากันเพื่อเก็บซ่อนชายผ้าทั้งสองด้านให้สวยงามกลายเป็นก้านสำหรับจับ
6. มัดทับอีกรอบให้สวยงามและแข็งแรง
ใช้เชือกส่วนที่ยาวกว่าพันทับรอบเชือกด้านสั้นและก้านจับอีกครั้งให้แน่นหนา ตกแต่งปลายเชือกและตัดส่วนเกินออกให้เรียบร้อยสวยงาม พร้อมนำไปนึ่งเพื่อใช้งาน

🌿เคล็ดลับการใช้งานและการเก็บรักษา
การนึ่งก่อนใช้: ควรนึ่งลูกประคบในซึ้งนึ่งประมาณ 10–15 นาที เพื่อให้สมุนไพรสุกทั่วถึงและส่งกลิ่นหอมระเหยออกมาอย่างเต็มที่

☘️การเก็บรักษา: หลังการใช้งานควรผึ่งให้แห้งสนิท สามารถเก็บไว้ในที่แห้งและนำกลับมาใช้งานซ้ำได้ประมาณ 3–5 ครั้ง จนกว่ากลิ่นและสรรพคุณของสมุนไพรจะจางลง

#ลูกประคบสมุนไพร #สมุนไพรไทย
#การแพทย์แผนไทย #สปาไทย
#ดูแลสุขภาพ
#ภูมิปัญญาไทย #นวดแผนไทย #สมุนไพรไทย #เคล็ดลับสุขภาพ

#

28/08/2026

#มาลอง10ท่ายืดเปิดสะโพกกันค่ะ!
🧘‍♀️ ท่าพิราบ, ท่าจิ้งจก, ท่ากบ, ท่าผีเสื้อ, ท่าบิดตัวนั่ง, ท่าเบเบี้น่ารัก, ท่าก้มตัวขาว้าง, ท่าก้าวต่ำ, ท่ามาลาสนา และท่าพิราบนอนหงาย ทุกท่าช่วยคลายสะโพกและลดอาการตึงได้ดีมากเลยค่ะ ลองทำดูนะคะ 🤸‍♀️✨ #ยืดเส้นยืดสาย

​10 ท่ายืดเปิดสะโพก คลายกล้ามเนื้อตึง

​ท่านพิราบ (Pigeon Pose): ท่ายืดคลาสสิกที่ช่วยเปิดสะโพกและยืดกล้ามเนื้อสะโพกด้านนอกได้อย่างล้ำลึก ช่วยลดอาการตึงบริเวณก้นและต้นขาด้านหลัง

​ท่าจิ้งจก (Lizard Pose): ช่วยยืดสะโพก ขาหนีบ และกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการตึงบริเวณอุ้งเชิงกราน

​ท่ากบ (Frog Pose): ท่าเปิดสะโพกขั้นสูงที่ช่วยยืดขาหนีบและข้อต่อสะโพกได้อย่างเต็มที่ ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ช่วงล่าง

​ท่าผีเสื้อ (Butterfly Pose): ท่ายืดง่าย ๆ ที่ช่วยเปิดสะโพก ผ่อนคลายขาหนีบ และกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณอุ้งเชิงกราน

​ท่าบิดตัวนั่ง (Seated Spinal Twist): ช่วยยืดสะโพกไปพร้อม ๆ กับการคลายกล้ามเนื้อหลังและกระดูกสันหลัง ช่วยลดอาการปวดเมื่อยแผ่นหลังได้ดี

​ท่าเบイビーน่ารัก (Happy Baby Pose): ช่วยคลายความตึงบริเวณหลังส่วนล่างและเปิดข้อต่อสะโพกให้อ่อนตัวลงอย่างเป็นธรรมชาติ

​ท่าก้มตัวขาว้าง (Wide Leg Forward Fold): ช่วยยืดเส้นสายด้านหลังตั้งแต่สะโพก ต้นขาด้านหลัง ไปจนถึงน่อง พร้อมช่วยผ่อนคลายสมอง

​ท่าก้าวต่ำ (Low Lunge): ช่วยเปิดสะโพกด้านหน้าและยืดกล้ามเนื้อบริเวณสะโพกที่มักจะหดเกร็งจากการนั่งนาน ๆ

​ท่ามาลาสนา (Malasana / ท่าสكואット): ช่วยเปิดสะโพก ยืดข้อต่อสะโพก และบริหารกล้ามเนื้อช่วงล่างให้แข็งแรง

​ท่าพิราบนอนหงาย (Reclining Pigeon Pose): ทางเลือกที่นุ่มนวลกว่าท่าพิราบแบบปกติ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการตึงมากหรือมีปัญหาเรื่องเข่า ช่วยคลายกล้ามเนื้อสะโพกและก้นได้โดยไม่กดทับข้อต่อมากเกินไป

​ข้อแนะนำในการปฏิบัติ
​ค้างท่าแต่ละท่าไว้ประมาณ 30-60 วินาที
​หายใจเข้าออกลึก ๆ และสม่ำเสมอเพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวได้ดีขึ้น
​ไม่ควรฝืนจนรู้สึกเจ็บ หากตึงมากเกินไปให้ผ่อนแรงลงเล็กน้อย
​ลองแบ่งเวลาทำเป็นประจำทุกวันเพื่อคืนความสบายและอิสระให้กับการเคลื่อนไหวของร่างกาย บอกลาความปวดล้าสะสม และต้อนรับความสด

​ขอบคุณข้อมูลภาพอินโฟกราฟิกจาก

24/08/2026

#กายวิภาคศาสตร์และท่าทางการแบกของอย่างถูกวิธี
การแบกของเป็นกิจกรรมที่ต้องอาศัยการดึงกล้ามเนื้อหลายมัดทำงานประสานกัน โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหลัง แกนลำตัว บ่า สะโพก สะโพก และขา เพื่อพยุงน้ำหนัก รักษาสมดุล และลดความเสี่ยงต่อการการบาดเจ็บ
จุดสำคัญของกล้ามเนื้อและโครงสร้างร่างกายในการแบกของ

กล้ามเนื้อช่วงบนและหลัง: มีกล้ามเนื้อสำคัญอย่าง แทรเปเชียส (Trapezius), อินฟราสไปนาตัส (Infraspinatus), และ แลทิสซิมัส ดอร์ไซ (Latissimus dorsi) ที่ช่วยพยุงและรักษาการทรงตัว

กล้ามเนื้อแกนลำตัว: เช่น อีเรกเตอร์ สไปนี (Erector spinae) และ ควอดราตัส ลุมบอรุม (Quadratus lumborum) ทำหน้าที่เกร็งแกนลำตัวให้มั่นคง

กล้ามเนื้อช่วงล่างและขา: ประกอบด้วย กลูเตียส แม็กซิมัส (Gluteus maximus), ควอไดรเซ็บ (Quadriceps), และ ใบเซ็บส์ ฟีมอริส (Biceps femoris) ซึ่งช่วยในการรับน้ำหนักและเคลื่อนไหว

ท่าทางการแบกของที่พบ่อยและคำแนะนำ
แบกของบนบ่า (ท่าที่ถูกต้อง):
รักษากลางกระดูกสันหลังให้ตรง ไม่โน้มตัวมากเกินไป
เกร็งแกนกลางลำตัว และปักกลตคงมั่นคง
กระจายน้ำหนักสมดุลทั้งสองข้าง
หลีกเลี่ยงการบิดหรือเอียงตัว
แบกของเอียงข้าง (ท่าที่ผิด): ทำให้เกิดความไม่สมดุลของน้ำหนักและเสี่ยงต่อการบาดเจ็บที่หลัง
แบกของยกสูงเกินไป (ท่าที่ผิด): ทำให้สูญเสียการทรงตัวและควบคุมน้ำหนักได้ยาก

มาบริหารกล้ามเนื้อเพื่อเตรียมความพร้อมและป้องกันอาการบาดเจ็บจากการยกหรือแบกของกันค่ะ! สำหรับงานที่ต้องใช้แรงและกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ เป็นประจำ เราสามารถเน้น
บริหารกล้ามเนื้อหลัก 3 กลุ่มสำคัญ

1. บริหารกล้ามเนื้อแกนลำตัวและหลัง (Core & Back Strengthening)
ท่า Sphinx Pose (ท่าสฟิงซ์): ช่วยยืดเหยียดและเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อหลังส่วนล่าง (Erector spinae) รวมถึงช่วยปรับบุคลิกภาพช่วงลำตัว
วิธียืดเหยียดแกนลำตัว: ฝึกการเกร็งหน้าท้องและหลังร่วมกับการหายใจเข้า-ออกลึกๆ เพื่อเพิ่มความมั่นคงเวลาต้องรับน้ำหนัก

2. บริหารกล้ามเนื้อสะโพกและก้น (Glutes & Hip Stability)
ท่าบริหารสะโพกและต้นขา: ช่วยเสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ Gluteus maximus และ Quadriceps ซึ่งเป็นฐานรองรับน้ำหนักหลักช่วงล่าง
การฝึกทรงตัว: เน้นการยืนทรงตัวขาเดียวสลับซ้าย-ขวา เพื่อเพิ่มความบาลานซ์เวลาเดินแบกของไม่ให้เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง

3. บริหารกล้ามเนื้อช่วงบ่าและสะบัก (Shoulder & Upper Back)
ท่ายืดกล้ามเนื้อบ่าและสะบัก: ช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ Trapezius และป้องกันอาการปวดคอ บ่า ไหล่ จากการแบกของ
การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ (Stretching): ยืดกล้ามเนื้อแขนและหัวไหล่ค้างไว้ 15–20 เซนติตอน เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นและลดอาการเกร็งตัว

Anatomy and Proper Lifting Postures for Carrying Loads
Carrying loads is an activity that requires multiple muscle groups to work together in coordination, particularly the back, core, shoulders, hips, and legs, to support weight, maintain balance, and reduce the risk of injury.

Key Muscles and Body Structures Involved in Carrying Loads
Upper body and back muscles: Key muscles include the Trapezius, Infraspinatus, and Latissimus dorsi, which help support and maintain posture.
Core muscles: Such as the Erector spinae and Quadratus lumborum, which work to stabilize the core.

Lower body and leg muscles:
Comprising the Gluteus maximus, Quadriceps, and Biceps femoris, which assist in weight-bearing and movement.
Common Load-Carrying Postures and Recommendations
Carrying on the shoulders (Correct posture):
Keep the center of the spine straight without leaning too far forward.
Engage the core and maintain a firm, stable posture.
Distribute weight evenly on both sides.
Avoid twisting or leaning the torso.
Carrying leaning to one side (Incorrect posture): Causes weight imbalance and increases the risk of back injury.
Carrying too high (Incorrect posture): Causes a loss of balance and makes it difficult to control the weight.
Muscle Conditioning to Prepare and Prevent Injuries.

Let's exercise our muscles to prepare and prevent injuries from lifting or carrying loads! For routine work requiring strength and various muscle groups, we can focus on conditioning 3 main muscle groups:

1. Core & Back Strengthening
Sphinx Pose: Helps stretch and strengthen the lower back muscles (Erector spinae) and improves upper body posture.
Core Stretching: Practice engaging the abdominal and back muscles along with deep breathing to increase stability when bearing weight.
2. Glutes & Hip Stability
Hip and Thigh Strengthening Exercises: Help strengthen the Gluteus maximus and Quadriceps, which serve as the primary lower-body weight-bearing base.
Balance Training: Focus on single-leg standing balance, alternating left and right, to improve balance and prevent the body from tilting to one side while carrying loads.
3. Shoulder & Upper Back
Shoulder and Scapula Stretching: Helps relieve tension in the Trapezius muscle and prevents neck, shoulder, and upper back pain caused by carrying loads.
Muscle Relaxation (Stretching): Hold arm and shoulder stretches for 15–20 seconds to help make muscles flexible and reduce tension.
Hashtaags.

Photos from MAS RELAX's post 23/08/2026

"รอยโรคและอาการที่แสดงถึงจุดบ่งชี้โรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือดหัวใจและสมอง" มีดังนี้

คำเตือนเบื้องต้น: ข้อมูลนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรคได้ด้วยตนเอง หากมีอาการผิดควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างถูกต้อง

A. สัญญาณที่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดหัวใจ
เจ็บแน่นหน้าอก: โดยเฉพาะขณะออกแรงหรือเกิดความเครียด
หายใจลำบาก เหนื่อยผิดปกติ: แม้ทำกิจกรรมเพียงเล็กน้อย
เหงื่อออกเย็น คลื่นไส้: อาจร่วมกับอาการแน่นหน้าอก
เวียนศีรษะ ใจสั่น: อาจมีอาการร่วมกับอ่อนเพลีย

หมายเหตุ: อาการดังกล่าวอาจสัมพันธ์กับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (Coronary Artery Disease) แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่มีอาการจะเป็นโรคนี้

B. สัญญาณที่เกี่ยวข้องกับสมอง / Stroke / TIA (หลักการจำ B.E.F.A.S.T.)
B - Balance: เสียการทรงตัว เดินเซ เวียนศีรษะเฉียบพลัน
E - Eyes: การมองเห็นผิดปกติ มองไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน
F - Face: ใบหน้าชา เบี้ยว โดยเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง
A - Arms: แขนหรือขาอ่อนแรง ชา โดยเฉพาะข้างใดข้างหนึ่ง
S - Speech: พูดไม่ชัด พูดไม่ได้ หรือไม่เข้าใจภาษา
T - Time: หากมีอาการดังกล่าว ใหรีบพบแพทย์ทันที
อาการอื่นที่ควรสังเกต: ชาหรืออ่อนแรงข้างเดียว, สับสนเฉียบพลัน, เดินลำบาก สูญเสียการทรงตัว, ปวดศีรษะรุนแรงเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ

C. รอยโรค / สัญญาณทางผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับไขมันในเลือด
Xanthelasma: คราบหรือปื้นสีเหลือง บริเวณเปลือกตา (อาจสัมพันธ์กับไขมันในเลือดสูง แต่ไม่ใช่หลักฐานของโรคหัวใจโดยตรง)
Xanthoma: ก้อนหรือปุ่มไขมันสีเหลือง บริเวณผิวหนัง เช่น ข้อศอก เข่า มือ (อาจพบในผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงมาก โดยเฉพาะ LDL สูง)
Corneal Arcus: วงสีเทาหรือขาวรอบกระจกตา (พบได้ในผู้สูงอายุ แต่อายุ 20-30 อาจสัมพันธ์กับไขมันในเลือดสูง)
หมายเหตุ: รอยโรคเหล่านี้ไม่สามารถยืนยันว่ามีโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่เป็นสัญญาณที่ควรตรวจเลือดและประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม

D. สัญญาณของโรคหลอดเลือดส่วนปลาย (Peripheral Artery Disease: PAD)
อาการที่พบ: ปวด ตึง หรือเป็นตะคริวที่น่อง เมื่อเดินหรือออกแรง, อาการดีขึ้นเมื่อหยุดพัก, เท้าข้างหนึ่งเย็นกว่าอีกข้าง, ผิวซีดเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน
ลักษณะภายนอก: ขนบริเวณขาลดลง, เล็บเท้าช้าหรือไม่โต, แผลบริเวณเท้าหรือขาหายช้า

หมายเหตุ: อาการเหล่านี้อาจพบในผู้มีโรคหลอดเลือดส่วนปลาย ไม่ควรวินิจฉัยด้วยตนเอง ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน
🚨 กรณีฉุกเฉิน: อาการเตือนของ Stroke หรือ Heart Attack อาจเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ หากมีอาการอย่างฉับพลัน เช่น เจ็บแน่นหน้าอก หายใจลำบาก ใบหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด โทร. 1669 ทันที
🩺 #สุขภาพดี #โรคหัวใจ
#โรคหลอดเลือดสมอง
#สโตรก ( )
#โรคหลอดเลือดหัวใจ
#ไขมันในเลือดสูง
#เช็คสัญญาณเตือน #รู้ทันโรค
#ดูแลสุขภาพใจและกาย

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ ธุรกิจ ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ร้านเสริมสวย ใน Samut Prakan?
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


สุขุมวิท
Samut Prakan
10270

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MAS RELAXผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

สมัคร

เราจะแจ้งให้คุณทราบในกรณีที่มีการอับเดทข้อมูลใน Samut Prakan.